เส้น คือ เกิดจากจุดที่เรียงต่อๆกันในทิศทางเดียวกัน
1. เส้นตรงแนวนอน ให้ความรู้สึกราบเรียบสงบนิ่ง
2. เส้นตรงแนวตั้ง ให้ความรู้สึกแข็งแรงมั่นคง
3. เส้นคลื่น ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง
4. เส้นหยัก ให้ความรู้สึกแหลมคมอันตราย
5. เส้นโค้ง ให้ความรู้สึกนุ่มนวล
6. เส้นเฉียง ให้ความรู้สึกไม่มั่นคงแข็งแรง
วิจิตรศิลป์ แบ่งออกเป็นงานหลัก 5 แขนงด้วยกันคือ
1. จิตรกรรม คืองานการวาดเส้น เขียนภาพระบายสีทุกชนิด เช่น สีไม้ สีชอค์ก สีน้ำ สีน้ำมัน เป็นต้นตัวอย่างงานคือภาพเขียนที่ระเบียงโบสถ์วัดพระแก้วมรกต
2. ประติมากรรม คืองานการปั้น การแกะ การสลัก และการหล่อ - การปั้น สร้างงานได้ด้วยดินเหนียว ดินน้ำมัน ปูนซีเมนต์ ขี้ผึ้ง เป็นต้น ตัวอย่างคือการปั้นหุ่นคนด้วยขี้ผึ้ง - การแกะ ใช้วัสดุส่วนใหญ่เป็นวัสดุชิ้นเล็กๆจับได้ถนัด เช่น มีดขนาดเล็กใช้แกะพืชผักผลไม้เป็นลวดลายต่างๆ การสลัก ใช้วัสดุที่ใหญ่แข็งแรง เช่น สิ่ว เลื่อน ค้อนยาง เป็นต้น งานตัวอย่างที่เห็นคือการสลักไม้สักเป็นลวดลายต่างๆทางภาคเหนือของประเทศไทย - การหล่อ วัสดุที่นิยมคือ ทองเหลือง เป็นต้น ตัวอย่างได้แก่รูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสิน ที่วงเวียนใหญ่รูปหล่อทหาร ที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
3. สถาปัตยกรรม คืองานโครงสร้างลักษณะต่างๆ เช่น อาคาร ตึกสูง โบสถ์ เจดีย์ พระปรางค์ เป็นต้น ตัวอย่างได้แก่ พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม พระปฐมเจดีย์ พระที่นั่งอนันตสมาคม
4. ดนตรี คือการแสดง ดนตรีไทย ดนตรีสากล ดุริยางค์ วงโยธวาทิต เป็นต้น
5. นาฏศิลป์ คือการแสดง การฟ้อนรำประเภทต่างๆ เช่น โขน ลิเก ลำตัด รำกลองยาวของภาคกลาง รำเซิ้งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รำฟ้อนเล็บของภาคเหนือ เป็นต้น
สีในวงจรสีธรรมชาติมีด้วยกัน 12 สี แบ่งออกเป็น 3 ขั้นดังนี้
สีขั้นที่ 1 คือ แม่สีมีด้วยกัน 3 สี คือ
- สีแดง - สีเหลือง - สีน้ำเงิน
สีขั้นที่ 2 คือ สีที่เกิดจากการผสมกันของสีขั้นที่ 1 ด้วยปริมาณ 50 : 50
- สีส้ม เกิดจากสีแดง ผสมกับ สีเหลือง - สีม่วง เกิดจากสีแดง ผสมกับ สีน้ำเงิน - สีเขียว เกิดจากสีเหลือง ผสมกับ สีน้ำเงิน
สีขั้นที่ 3 คือ สีที่เกิดจากการผสมกันของสีขั้นที่ 2 ด้วยปริมาณ 50 : 50
- สีส้มแดง เกิดจากสีส้ม ผสมกับ สีแดง - สีส้มเหลือง เกิดจากสีส้ม ผสมกับ สีเหลือง - สีม่วงแดง เกิดจากสีม่วง ผสมกับ สีแดง - สีม่วงน้ำเงิน เกิดจากสีม่วง ผสมกับ สีน้ำเงิน - สีเขียวเหลือง เกิดจากสีเขียว ผสมกับ สีเหลือง - สีเขียวน้ำเงิน เกืดจากสีเขียว ผสมกับ สีน้ำเงิน
สีคู่ปฏิปักษ์ คือสีตรงกันข้ามกันในวงจรสีธรรมชาติ
สีแดง ตรงข้าม สีเขียว
สีเหลือง ตรงข้าม สีม่วง
สีน้ำเงิน ตรงข้าม สีส้ม
16 สิงหาคม 2552
การสร้างงานศิลปะ
การสร้างงานทางศิลปะจะคำนึงถึงโครงสร้างใหญ่ๆ อยู่ 3 ประการคือ1. รูปแบบ รูปทรง (FORM)2. เนื้อหา (CONTENT)3 เทคนิค วิธีการ (TECHNIQUE)รูปแบบ รูปทรง (FORM)หมายถึง โครงสร้างทางวัตถุของงานศิลปะอันได้แก่ รูปร่างภายนอกและภายใน เช่น ในงานจิตรกรรม รูปแบบเกิดจากการผสานกันของ เส้น (LINE) น้ำหนัก (SHADE) ที่ว่าง (SPACE) พื้นผิว (TEXTURE) และสี (COLOUR) จึงก่อให้เกิดเป็นลักษณะ 3 มิติขึ้นมา โดยการผสมผสานดังกล่าว
เนื้อหา (CONTENT)หมายถึง ลักษณะทางจิต หรือทางนามธรรม (ABSTRACT) ของโครงสร้างหรือรูปทรงนั้นที่ศิลปินได้สร้างจินตนาการออกมา โดยจุดประสงค์ที่จะให้ผู้เสพคล้อยตามจินตนาการของตัวเอง หรือจินตนาการแปลกแยกออกไปตามเนื้อหาที่ศิลปินสะท้อนออกมาในงานศิลปะ
เทคนิค (TECHNIQUE)หมายถึง โครงสร้างทางวัสดุ การเลือกใช้วัสดุ หรือการคิดค้นวัสดุแปลกใหม่ในการสร้างผลงานศิลปะ เช่น เทคนิคในการสร้างงานจิตรกรรม ซึ่งได้แก่ การเขียนภาพสีน้ำ สีน้ำมัน สีฝุ่น สีอะครายลิค สีโปสเตอร์ เป็นต้น ประติมากรรม ได้แก่ เทคนิคการแกะสลัก การปั้น การหล่อ หรือเทคนิคในการสร้างงาน ภาพพิมพ์ เป็นต้น ดังนั้นส่วนสำคัญของโครงสร้างใหญ่ๆ ที่กล่าวมานั้นจะต้องประสานกลมกลืนกัน กล่าวคือ เทคนิคจะต้องเกื้อกูลแก่รูปแบบ รูปแบบจะต้องสร้างขึ้นตามความจำเป็นของเรื่องที่จะต้องการสร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อให้อยู่ด้วยกันได้โดยไม่รู้สึกขัดตา
เนื้อหา (CONTENT)หมายถึง ลักษณะทางจิต หรือทางนามธรรม (ABSTRACT) ของโครงสร้างหรือรูปทรงนั้นที่ศิลปินได้สร้างจินตนาการออกมา โดยจุดประสงค์ที่จะให้ผู้เสพคล้อยตามจินตนาการของตัวเอง หรือจินตนาการแปลกแยกออกไปตามเนื้อหาที่ศิลปินสะท้อนออกมาในงานศิลปะ
เทคนิค (TECHNIQUE)หมายถึง โครงสร้างทางวัสดุ การเลือกใช้วัสดุ หรือการคิดค้นวัสดุแปลกใหม่ในการสร้างผลงานศิลปะ เช่น เทคนิคในการสร้างงานจิตรกรรม ซึ่งได้แก่ การเขียนภาพสีน้ำ สีน้ำมัน สีฝุ่น สีอะครายลิค สีโปสเตอร์ เป็นต้น ประติมากรรม ได้แก่ เทคนิคการแกะสลัก การปั้น การหล่อ หรือเทคนิคในการสร้างงาน ภาพพิมพ์ เป็นต้น ดังนั้นส่วนสำคัญของโครงสร้างใหญ่ๆ ที่กล่าวมานั้นจะต้องประสานกลมกลืนกัน กล่าวคือ เทคนิคจะต้องเกื้อกูลแก่รูปแบบ รูปแบบจะต้องสร้างขึ้นตามความจำเป็นของเรื่องที่จะต้องการสร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อให้อยู่ด้วยกันได้โดยไม่รู้สึกขัดตา
ทดสอบความรู้
แบบทดสอบศิลปะ ชุดที่ 1
คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
1. สีในวงจรสีธรรมชาติมีทั้งหมดกี่สี
ก.12 สีข. 13 สี ค. 14 สี ง. 15 สี
2. งานทัศนศิลป์แบ่งออกเป็นกี่สาขา
ก. 1 สาขา ข. 2 สาขา ค. 3 สาขาง. 4 สาขา
3. ขอใดไม่ได้อยู่ในกลุ่มงานทัศนศิลป์
ก. จิตรกรรมข. ประติมากรรมค. สถาปัตยกรรมง. วรรณกรรม
4. ผลงานจิตรกรรมคือข้อใด
ก. ภาพวาดลายไทยวัดพระแก้ว ข. รูปปั้นสมเด็จพระเจ้าตากสินที่วงเวียนใหญ่ ค. งานสลักโต๊ะไม้สักที่ภาคเหนือง. การแกะลวดลายผลไม้
5. หุ่นขี้ผึ้งคนเหมือน เป็นงานศิลปะประเภทใด
ก. จิตรกรรมข. ประติมากรรม ค. สถาปัตยกรรม ง. วรรณกรรม
6. เส้นตั้ง ให้ความรู้สึกอย่างไร
ก. สูงสง่า ข. ไม่มั่นคง ค. เคลื่อนไหวง. ราบเรียบ
7. เส้นที่ให้ความรู้สึกแหลมคมอันตรายคือ
ก. เส้นตรง ข. เส้นคลื่น ค. เส้นโค้งง. เส้นหยัก
8. เส้นที่ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวคือ
ก. เส้นตรงแนวนอนข. เส้นหยัก ค. เส้นตรงแนวตั้งง. เส้นคลื่น
9. ข้อใดคืองานสถาปัตยกรรม
ก. ภาพวาดที่วัดพระแก้ว ข. พระปรางค์ที่วัดอรุณราชวราราม ค. พระแก้วมรกต ง. รูปปั้นพระนเรศวรมหาราชที่ดอนเจดีย์
10. ข้อใดคืองานประติมากรรม
ก. ภาพวาดที่วัดโพธิ์ข. พระแก้วมรกตค. พระปฐมเจดีย์ ง. รูปหล่อทหารที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
1. สีในวงจรสีธรรมชาติมีทั้งหมดกี่สี
ก.12 สีข. 13 สี ค. 14 สี ง. 15 สี
2. งานทัศนศิลป์แบ่งออกเป็นกี่สาขา
ก. 1 สาขา ข. 2 สาขา ค. 3 สาขาง. 4 สาขา
3. ขอใดไม่ได้อยู่ในกลุ่มงานทัศนศิลป์
ก. จิตรกรรมข. ประติมากรรมค. สถาปัตยกรรมง. วรรณกรรม
4. ผลงานจิตรกรรมคือข้อใด
ก. ภาพวาดลายไทยวัดพระแก้ว ข. รูปปั้นสมเด็จพระเจ้าตากสินที่วงเวียนใหญ่ ค. งานสลักโต๊ะไม้สักที่ภาคเหนือง. การแกะลวดลายผลไม้
5. หุ่นขี้ผึ้งคนเหมือน เป็นงานศิลปะประเภทใด
ก. จิตรกรรมข. ประติมากรรม ค. สถาปัตยกรรม ง. วรรณกรรม
6. เส้นตั้ง ให้ความรู้สึกอย่างไร
ก. สูงสง่า ข. ไม่มั่นคง ค. เคลื่อนไหวง. ราบเรียบ
7. เส้นที่ให้ความรู้สึกแหลมคมอันตรายคือ
ก. เส้นตรง ข. เส้นคลื่น ค. เส้นโค้งง. เส้นหยัก
8. เส้นที่ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวคือ
ก. เส้นตรงแนวนอนข. เส้นหยัก ค. เส้นตรงแนวตั้งง. เส้นคลื่น
9. ข้อใดคืองานสถาปัตยกรรม
ก. ภาพวาดที่วัดพระแก้ว ข. พระปรางค์ที่วัดอรุณราชวราราม ค. พระแก้วมรกต ง. รูปปั้นพระนเรศวรมหาราชที่ดอนเจดีย์
10. ข้อใดคืองานประติมากรรม
ก. ภาพวาดที่วัดโพธิ์ข. พระแก้วมรกตค. พระปฐมเจดีย์ ง. รูปหล่อทหารที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
สถาปัตยกรรมคณะยอดนิยม
แนวทางการเรียน ศิลปะสถาปัตย์ มหาลัยต่างๆ
ARCHITECTUREสถาปัตยกรรม--ให้นึกถึง งานโครงสร้าง เกี่ยวกับ ตึกรา บ้านช่อง ภายนอก การก่อสร้างความสวยงามทางสถาปัตยกรรมแน่นอน งานเยอะ มักๆๆ และ คุณ ต้องมีแววในการ เป็น เดะถาปัตย์ อย่างเต็มตัว และพร้อมยอมรับ กับความตั้งใจ
INTERIOR DESIGNสถาปัตยกรรมภายใน หรือ ที่เรารู้จักกันดี แบบเท่ๆว่า --ออกแบบตกแต่งภายใน ก็ จะเกี่ยวกับงานออกแบบภายใน บ้านพักอาศัย ตลอดจน โปรเจค ต่างๆไม่ว่าจะเป็น การออกแบบสถานที่ต่างๆ ขอบอกว่า คณะนี้ ที่น้องกำลังจะคิดเข้าเนี่ย ....งานเยอะมากกกกกก แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน แล้วจะรู้จักคำว่า ไม่ได้นอน เป็นไง แต่แน่นอนเรียน จบมา คุณคือ อินทีเรียดีไซด์ ตัวจริง...
PRODUCT DESIGNออกแบบผลิตภัณฑ์ --คณะนี้ จะสามารถ โยง ไปในเรื่อง ของตลาด หลักๆ คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ ในที่นี้ จะ เป็นงานออกแบบ ที่ จบใน ตัวๆ งาน ตัวนึง เช่น ออกแบบเครื่องใช้ไฟฟ้า ออกแบบพัฒนาดีไซด์ผลิตภัณฑ์ต่างๆตามท้องตลาด ทุกประเภท เป็นต้น และ นอกจากนี้ ยังรวมไปถึง เฟอร์นิเจอร์ สื่อกราฟฟิก บรรจุภัณฑ์ บางที่จนอาจโค ถึง INTERIOR DESIGN คณะนี้ ขอบอกว่า ไม่อดตายนะครับ .. เพราะ ว่า คนที่เรียนคณะ สาขานี้ สามารถแทรกตัว ไปตามที่ต่างๆได้ ตามที่ ที่เรียกว่า ตลาด ก็คือ กลุ่มลูกค้า ที่นิยมความสวยงามสะดวกสบายและความพอใจของลูกค้านั่นเอง
GRAPHIC DESIGN หรือ ที่เรา เรียกกัน ว่า นิเทศน์ศิลป์คณะสาขา แขนงนี้ คุณ ต้อง เป็น นักคิดตัวยง เลยในที่เดียว คณะ นี้ จะเรียนเกี่ยว กับ โฆษณา โดยตรง ของ ครีเอทีฟ การสรางสรรค์ สื่องานต่างๆ โดย มีการเสนองาน ในรูปแบบต่างๆ เช่น การถ่ายภาพ การนำเสนอถ่ายทอด ให้ลูกค้า ยอมรับโดยสมัยนี้ นิยม เน้นทางคอมพิวเตอร์ เป็นหลัก แต่หลักแรกๆ คุณ ต้องเบื่อกับ การใช้สีโปสเตอร์ไปพรางๆก่อน
แนวทางคณะ ที่สามารถพุ่งตรงไปได้ ในทางสถาปัตย์ ได้เลยแหละ ถ้า อยาก เข้า มหาลัย ดีๆ ความพร้อมกับ การเตรียมตัว เป็นเรื่องที่ สำคัญ
ปัจจุบัน มหาลัย รัะดับ ปริญญาตรี ที่ทุกคน มักต่างพุ่ง เข้าไปสอบเข้าก่อนอื่น ขอบอกไว้นะครับว่า การเตรียมตัว คือ สิ่งที่ดี แต่ถ้า พลาด ขอให้ ยอมรับและ พึงระลึก คิดไว้ ว่า เรียนที่ไหน ก็ เหมือนกัน ไม่จำเป็น ต้อง เลือก อันดับเดียว ..อย่าเสียใจ กับ ความรู้ ที่เราเลือก เพราะความรัก
มหาวิทยาลัย ที่อยู่ ใน กรุงเทพ จุฬาลงกรณ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มศว.คณะศิลปกรรมศาสตร์ม.ศิลปากร มัณฑณศิลป์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาปัตย์กรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ สถาปัตย์กรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (คลอง6) คณะ ศิลปกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง คณะศิลปกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย คณะสถาปัตย์กรรม
ถ้า พลาด ม.เอกชน ก็ จะมี ม.กรุงเทพ และ ม.รังสิต คณะศิลปกรรม หลักๆ ก็มี INTERIOR DESIGN,PRODUCT DESIGNม.ศรีปทุม สถาปัตย์..และ ราชภัฏที่ต่างๆ ซึ่งตอนนี้รองรับคณะศิลปกรรม เกือบทุกที่แล้ว
ที่มา http://www.eduzones.com/
ARCHITECTUREสถาปัตยกรรม--ให้นึกถึง งานโครงสร้าง เกี่ยวกับ ตึกรา บ้านช่อง ภายนอก การก่อสร้างความสวยงามทางสถาปัตยกรรมแน่นอน งานเยอะ มักๆๆ และ คุณ ต้องมีแววในการ เป็น เดะถาปัตย์ อย่างเต็มตัว และพร้อมยอมรับ กับความตั้งใจ
INTERIOR DESIGNสถาปัตยกรรมภายใน หรือ ที่เรารู้จักกันดี แบบเท่ๆว่า --ออกแบบตกแต่งภายใน ก็ จะเกี่ยวกับงานออกแบบภายใน บ้านพักอาศัย ตลอดจน โปรเจค ต่างๆไม่ว่าจะเป็น การออกแบบสถานที่ต่างๆ ขอบอกว่า คณะนี้ ที่น้องกำลังจะคิดเข้าเนี่ย ....งานเยอะมากกกกกก แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน แล้วจะรู้จักคำว่า ไม่ได้นอน เป็นไง แต่แน่นอนเรียน จบมา คุณคือ อินทีเรียดีไซด์ ตัวจริง...
PRODUCT DESIGNออกแบบผลิตภัณฑ์ --คณะนี้ จะสามารถ โยง ไปในเรื่อง ของตลาด หลักๆ คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ ในที่นี้ จะ เป็นงานออกแบบ ที่ จบใน ตัวๆ งาน ตัวนึง เช่น ออกแบบเครื่องใช้ไฟฟ้า ออกแบบพัฒนาดีไซด์ผลิตภัณฑ์ต่างๆตามท้องตลาด ทุกประเภท เป็นต้น และ นอกจากนี้ ยังรวมไปถึง เฟอร์นิเจอร์ สื่อกราฟฟิก บรรจุภัณฑ์ บางที่จนอาจโค ถึง INTERIOR DESIGN คณะนี้ ขอบอกว่า ไม่อดตายนะครับ .. เพราะ ว่า คนที่เรียนคณะ สาขานี้ สามารถแทรกตัว ไปตามที่ต่างๆได้ ตามที่ ที่เรียกว่า ตลาด ก็คือ กลุ่มลูกค้า ที่นิยมความสวยงามสะดวกสบายและความพอใจของลูกค้านั่นเอง
GRAPHIC DESIGN หรือ ที่เรา เรียกกัน ว่า นิเทศน์ศิลป์คณะสาขา แขนงนี้ คุณ ต้อง เป็น นักคิดตัวยง เลยในที่เดียว คณะ นี้ จะเรียนเกี่ยว กับ โฆษณา โดยตรง ของ ครีเอทีฟ การสรางสรรค์ สื่องานต่างๆ โดย มีการเสนองาน ในรูปแบบต่างๆ เช่น การถ่ายภาพ การนำเสนอถ่ายทอด ให้ลูกค้า ยอมรับโดยสมัยนี้ นิยม เน้นทางคอมพิวเตอร์ เป็นหลัก แต่หลักแรกๆ คุณ ต้องเบื่อกับ การใช้สีโปสเตอร์ไปพรางๆก่อน
แนวทางคณะ ที่สามารถพุ่งตรงไปได้ ในทางสถาปัตย์ ได้เลยแหละ ถ้า อยาก เข้า มหาลัย ดีๆ ความพร้อมกับ การเตรียมตัว เป็นเรื่องที่ สำคัญ
ปัจจุบัน มหาลัย รัะดับ ปริญญาตรี ที่ทุกคน มักต่างพุ่ง เข้าไปสอบเข้าก่อนอื่น ขอบอกไว้นะครับว่า การเตรียมตัว คือ สิ่งที่ดี แต่ถ้า พลาด ขอให้ ยอมรับและ พึงระลึก คิดไว้ ว่า เรียนที่ไหน ก็ เหมือนกัน ไม่จำเป็น ต้อง เลือก อันดับเดียว ..อย่าเสียใจ กับ ความรู้ ที่เราเลือก เพราะความรัก
มหาวิทยาลัย ที่อยู่ ใน กรุงเทพ จุฬาลงกรณ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มศว.คณะศิลปกรรมศาสตร์ม.ศิลปากร มัณฑณศิลป์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาปัตย์กรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ สถาปัตย์กรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (คลอง6) คณะ ศิลปกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง คณะศิลปกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย คณะสถาปัตย์กรรม
ถ้า พลาด ม.เอกชน ก็ จะมี ม.กรุงเทพ และ ม.รังสิต คณะศิลปกรรม หลักๆ ก็มี INTERIOR DESIGN,PRODUCT DESIGNม.ศรีปทุม สถาปัตย์..และ ราชภัฏที่ต่างๆ ซึ่งตอนนี้รองรับคณะศิลปกรรม เกือบทุกที่แล้ว
ที่มา http://www.eduzones.com/
ศิลปะสำคัญอย่างไร
ศิลปะสำคัญอย่างไร นายสมพงษ์ คงทอง สถาบันทักษิณคดีศึกษา
กระบวนการสร้างสรรค์ งานทางศิลปะ อาจเริ่มตั้งแต่การปลูกฝังเรื่องราวทางศิลปะ การสอนศิลปะให้เด็กและเยาวชนให้เขาได้เริ่มซึมซับรับรู้ความงดงามจากการมองเห็นสีสัน สัมผัสกับรูปทรงที่หลากหลายจากง่ายไปสู่สิ่งที่ยาก เพื่อใหรู้จักถึงความแตกต่างอันเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัว การที่เด็กได้รับการสอนให้รู้จักขีดเขียน วาดภาพ ระบายสี ผลงานที่เกิดจากการสร้างสรรค์ตามจินตนาการย่อมเป็นความภาคภูมิใจ แม้จะเป็นผลงานเล็กน้อยแต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่ตน ผสมผสานกับคำชื่นชมและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เปรียบกับการได้รับการเอาใจใส่ดูแลเพื่อจุดหมายที่จะสร้างให้เขาเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ งานศิลปะจะหล่อหลอมจิตใจให้ละเอียดอ่อน มีสมาธิ มีความตั้งใจและหากได้รับการปลูกฝังดูแลอย่างต่อเนื่อง วันหนึ่งเมื่อเขาเติบโตขึ้นวิถีทางศิลปะอาจจะเป็นทางเลือกสำหรับอนาคตของเขาก็ได้
โครงการจัดประกวดผลงานศิลปกรรมเยาวชนทักษิณ เป็นโครงการหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์สำคัญที่จะส่งเสริม ปลูกฝัง ให้เยาวชนมีรากฐานทางศิลปะ โดยส่งเสริมให้เยาวชนสร้างสรรค์งานศิลปกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการได้เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ส่งผลงานศิลปกรรมเข้าร่วมประกวด เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๖ จวบจนถึงปัจจุบันนับเป็น ครั้งที่ ๕ ซึ่งแต่ละปีมีเยาวชนจาก ๑๔ จังหวัดส่งผลงานเข้าร่วมประกวดเป็นจำนวนมาก และสำหรับผลงานของเยาวชนที่ได้รับรางวัล และได้คัดเลือกเข้าร่วมแสดง ก็ได้นำผลงานทั้งหมดมาจัดแสดงแดงนิทรรศการ
ณ อาคารอาศรมศิลปกรรมทักษิณ เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจ ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมอย่างต่อเนื่องต่อไป
งานศิลปะร่วมสมัยจำแนกได้เป็นหลายสาขา และดูเหมือนว่าสาขาทัศนศิลป์จะเป็นสาขาหนึ่งที่มีความเข้มแข็งมาก ซึ่งอาจมาจากปัจจัยเรื่องของจำนวนศิลปินที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศ และงานสาขาวรรณศิลป์ เป็นงานศิลปะอีกสาขาหนึ่งที่ไม่หยุดนิ่งกับที่ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยซึ่งขณะนี้มีนายกสมาคมฯ และทีมงานที่ขยันขันแข็งในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ให้กับสังคม โดยร่วมกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง จัดค่ายอบรมทักษะการสร้างสรรค์งานวรรณศิลป์ให้กับเยาวชน ซึ่งก็เป็นการสร้างรากฐานทางศิลปะสาขาวรรณศิลป์อีกเหมือนกัน และสถาบันทักษิณคดีศึกษา ก็ได้จัดกิจกรรม เพื่อเป็นการสร้างรากฐานให้กับเยาวชน อย่างต่อเนื่อง เช่นเมื่อวันที่ ๑๘ – ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ที่ผ่านมาสถาบันทักษิณคดีศึกษา ซึ่งนำโดย สถาพร ศรีสัจจัง ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ได้จัดกิจกรรมสัมมนาเกี่ยวกับ การส่งเสริมบทบาทกวีและนักเขียนร่วมสมัยขึ้น และได้เชิญเหล่านักเขียนที่มีชื่อเสียงหลายท่านมาร่วมเป็นวิทยากร เพื่ออบรมให้ความรู้ กับเยาวชน จะเห็นได้ว่า เหล่านักเขียนมืออาชีพ ทั้งที่เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ กวีซีไรต์ ศิลปินร่วมสมัยดีเด่นสาขาต่าง ๆ ต่างร่วมกันปลูกฝังแง่คิด
จินตนาการที่เป็นประโยชน์หลากหลายให้แก่เยาวชนนักเขียนมือใหม่ ที่จะก้าวไปสู่เส้นทางข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งมั่นคงภายใต้จิตใจที่ละเอียดอ่อน
การสร้างรากฐานทางศิลปะ เป็นเรื่องราวที่ดีมากโดยเฉพาะ หากว่ามีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ศิลปินที่มีชื่อเสียง ทางศิลปะ รัฐ และเอกชนได้สละเวลาเพื่อการวางรากฐานของเยาวชนในสังคมให้เติบโตอย่างมีคุณค่า และสรรหาพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสาขาต่างๆ สำหรับเยาวชน ส่งเสริมให้มีการยกย่องเชิดชูศิลปินรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถทางศิลปะสาขาต่างๆ ให้เป็นต้นแบบของเยาวชน ส่งเสริมสนับสนุนเขาเหล่านั้นให้มีโอกาสพัฒนาทักษะความสามารถทางศิลปะให้ก้าวไปสู่ความเป็นเลิศในสาขาต่างๆ เชื่อได้ว่าในอนาคตข้างหน้าชื่อเสียงของศิลปินไทย ที่ได้รับการปลูกฝัง ปูรากฐานทางศิลปะ จำนวนหนึ่ง จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และโบยบินออกไปสู่สาธารณชน และอารยประเทศ ให้เป็นที่ยอมรับได้ไม่ยากเลย เพราะฉะนั้นเรามาร่วมส่งเสริม และสร้างรากฐานทางศิลปะเพื่อเยาวศิลปินที่จะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต
กระบวนการสร้างสรรค์ งานทางศิลปะ อาจเริ่มตั้งแต่การปลูกฝังเรื่องราวทางศิลปะ การสอนศิลปะให้เด็กและเยาวชนให้เขาได้เริ่มซึมซับรับรู้ความงดงามจากการมองเห็นสีสัน สัมผัสกับรูปทรงที่หลากหลายจากง่ายไปสู่สิ่งที่ยาก เพื่อใหรู้จักถึงความแตกต่างอันเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัว การที่เด็กได้รับการสอนให้รู้จักขีดเขียน วาดภาพ ระบายสี ผลงานที่เกิดจากการสร้างสรรค์ตามจินตนาการย่อมเป็นความภาคภูมิใจ แม้จะเป็นผลงานเล็กน้อยแต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่ตน ผสมผสานกับคำชื่นชมและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เปรียบกับการได้รับการเอาใจใส่ดูแลเพื่อจุดหมายที่จะสร้างให้เขาเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ งานศิลปะจะหล่อหลอมจิตใจให้ละเอียดอ่อน มีสมาธิ มีความตั้งใจและหากได้รับการปลูกฝังดูแลอย่างต่อเนื่อง วันหนึ่งเมื่อเขาเติบโตขึ้นวิถีทางศิลปะอาจจะเป็นทางเลือกสำหรับอนาคตของเขาก็ได้
โครงการจัดประกวดผลงานศิลปกรรมเยาวชนทักษิณ เป็นโครงการหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์สำคัญที่จะส่งเสริม ปลูกฝัง ให้เยาวชนมีรากฐานทางศิลปะ โดยส่งเสริมให้เยาวชนสร้างสรรค์งานศิลปกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการได้เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ส่งผลงานศิลปกรรมเข้าร่วมประกวด เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๖ จวบจนถึงปัจจุบันนับเป็น ครั้งที่ ๕ ซึ่งแต่ละปีมีเยาวชนจาก ๑๔ จังหวัดส่งผลงานเข้าร่วมประกวดเป็นจำนวนมาก และสำหรับผลงานของเยาวชนที่ได้รับรางวัล และได้คัดเลือกเข้าร่วมแสดง ก็ได้นำผลงานทั้งหมดมาจัดแสดงแดงนิทรรศการ
ณ อาคารอาศรมศิลปกรรมทักษิณ เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจ ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมอย่างต่อเนื่องต่อไป
งานศิลปะร่วมสมัยจำแนกได้เป็นหลายสาขา และดูเหมือนว่าสาขาทัศนศิลป์จะเป็นสาขาหนึ่งที่มีความเข้มแข็งมาก ซึ่งอาจมาจากปัจจัยเรื่องของจำนวนศิลปินที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศ และงานสาขาวรรณศิลป์ เป็นงานศิลปะอีกสาขาหนึ่งที่ไม่หยุดนิ่งกับที่ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยซึ่งขณะนี้มีนายกสมาคมฯ และทีมงานที่ขยันขันแข็งในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ให้กับสังคม โดยร่วมกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง จัดค่ายอบรมทักษะการสร้างสรรค์งานวรรณศิลป์ให้กับเยาวชน ซึ่งก็เป็นการสร้างรากฐานทางศิลปะสาขาวรรณศิลป์อีกเหมือนกัน และสถาบันทักษิณคดีศึกษา ก็ได้จัดกิจกรรม เพื่อเป็นการสร้างรากฐานให้กับเยาวชน อย่างต่อเนื่อง เช่นเมื่อวันที่ ๑๘ – ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ที่ผ่านมาสถาบันทักษิณคดีศึกษา ซึ่งนำโดย สถาพร ศรีสัจจัง ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ได้จัดกิจกรรมสัมมนาเกี่ยวกับ การส่งเสริมบทบาทกวีและนักเขียนร่วมสมัยขึ้น และได้เชิญเหล่านักเขียนที่มีชื่อเสียงหลายท่านมาร่วมเป็นวิทยากร เพื่ออบรมให้ความรู้ กับเยาวชน จะเห็นได้ว่า เหล่านักเขียนมืออาชีพ ทั้งที่เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ กวีซีไรต์ ศิลปินร่วมสมัยดีเด่นสาขาต่าง ๆ ต่างร่วมกันปลูกฝังแง่คิด
จินตนาการที่เป็นประโยชน์หลากหลายให้แก่เยาวชนนักเขียนมือใหม่ ที่จะก้าวไปสู่เส้นทางข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งมั่นคงภายใต้จิตใจที่ละเอียดอ่อน
การสร้างรากฐานทางศิลปะ เป็นเรื่องราวที่ดีมากโดยเฉพาะ หากว่ามีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ศิลปินที่มีชื่อเสียง ทางศิลปะ รัฐ และเอกชนได้สละเวลาเพื่อการวางรากฐานของเยาวชนในสังคมให้เติบโตอย่างมีคุณค่า และสรรหาพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสาขาต่างๆ สำหรับเยาวชน ส่งเสริมให้มีการยกย่องเชิดชูศิลปินรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถทางศิลปะสาขาต่างๆ ให้เป็นต้นแบบของเยาวชน ส่งเสริมสนับสนุนเขาเหล่านั้นให้มีโอกาสพัฒนาทักษะความสามารถทางศิลปะให้ก้าวไปสู่ความเป็นเลิศในสาขาต่างๆ เชื่อได้ว่าในอนาคตข้างหน้าชื่อเสียงของศิลปินไทย ที่ได้รับการปลูกฝัง ปูรากฐานทางศิลปะ จำนวนหนึ่ง จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และโบยบินออกไปสู่สาธารณชน และอารยประเทศ ให้เป็นที่ยอมรับได้ไม่ยากเลย เพราะฉะนั้นเรามาร่วมส่งเสริม และสร้างรากฐานทางศิลปะเพื่อเยาวศิลปินที่จะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต
13 สิงหาคม 2552
เทคนิคสีน้ำ๒
มารู้จักสีน้ำ...
May 24, '07 9:59 AMfor everyone
การให้แสง-เงาด้วยเทคนิคสีน้ำ เหมาะกับการวาดภาพวัตถุที่เป็นเงา เปียก โปร่งแสง หรือโปร่งใส ตัวอย่างวัตถุประเภทนี้ เช่น ใบบอน ใบบัว งู สีน้ำแสดงแสง-เงาของวัตถุที่พื้นผิวเป็นลอน เป็นคลื่น เช่น กะโหลก กระดูก และเปลือกหอยได้ดี นอกจากนี้เทคนิคสีน้ำแบบ dry brush ใช้กับวัตถุที่มีรายละเอียดมาก เช่น ผีเสื้อ และแมลงเล็กๆ ได้อีกด้วย สิ่งสำคัญที่สร้างความแตกต่างให้ภาพสีน้ำ ได้แก่ กระดาษ มีข้อควรคำนึงถึงในการเลือกใช้กระดาษดังนี้
มีพื้นผิวขรุขระมากน้อยตามขนาดและรายละเอียดของภาพ หากภาพมีขนาดเล็ก และรายละเอียดมากควรใช้กระดาษที่มีผิวค่อนข้างเรียบ
ความหนาของกระดาษพอสมควร สามารถรับน้ำและรอยลบได้
ทนความชื้น ไม่บิดงอ จนเสียรูป ทนแสงและอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ไม่เหลืองเมื่อทิ้งไว้นาน อย่างไรก็ดี ภาพที่จะต้องทิ้งไว้นาน ควรติดลงบนกระดาษแข็งประเภท photo board และควรติดด้วยกาวน้ำคุณภาพดี อย่าติดแน่นเกินไป เพราะหากต้องนำไปตีพิมพ์ โรงพิมพ์จะต้องแกะภาพออกและภาพอาจเสียหายได้สำหรับสี อาจใช้หมึก (ink) เช่น indian ink หรือใช้สีน้ำ (watercolor paint) สีน้ำมี 2 ลักษณะ คือ สี้นำบรรจุหลอด (tube paint) และสีน้ำแบบถาด (cake color) ข้อดีของสีน้ำแบบหลอดคือ เก็บได้ง่ายและสะดวกกว่า (หากทิ้งไว้นาน เปิดฝาไม่ออกอาจจุ่มในน้ำอุ่นสักครู่จะเปิดได้ง่ายขึ้น) แต่ข้อเสีย คือ มองไม่เห็นสีที่จะเลือกใช้ ต้องบีบออกจากหลอด ในขณะที่สีถาดนั้นเลือกสีได้ง่ายกว่า แต่เปื้อนได้ง่ายเช่นกัน ต้องล้างพู่กันให้สะอาดทุกครั้งที่จุ่มสีใหม่ และถ้าเก็บไว้นานต้องระวังฝุ่นลงไปในสี หากมีฝุ่นอยู่ในสี เมื่อวาดลงบนกระดาษจะเป็นรอยที่ไม่พึงปรารถนา เอาออกได้ยาก สีหลอดที่ใช้ได้ดี คือ ยี่ห้อ Winsor & Newton และ Grumbacher ส่วนสีถาดที่เป็นที่นิยมคือ Pelikan และ Winsor&Newton สำหรับสีขาวมักใช้ Titanium White หรือ Chinese white เพื่อวาดไฮไลท์ ใช้ลบที่ผิด หรือวาดสีขาวลงบนพื้นหลังสีดำ การเลือกซื้อสี ควรเลือกสีคุณภาพดีที่สุดเท่าที่งบประมาณอำนวย การเลือกสีพิจารณาที่ความโปร่งแสงและเนื้อสี สีที่ข้นมากๆ อาจมีส่วนผสมที่ไม่ใช่เนื้อสีจึงไม่เป็นที่ต้องการ
สำหรับเครื่องมือสำคัญ ได้แก่
พู่กัน พู่กันกลมที่ดีจะสามารถลูบให้ปลายแหลมได้เมื่อเปียก ควรอมน้ำมากๆ เพื่อจะได้จุ่มสีได้มาก ไม่ต้องจุ่มสีบ่อยๆ เมื่อต้องการลากเส้นยาวๆ ขนพู่กันอาจทำด้วยขนหางม้า หรือขนอูฐ ควรเลือกขนาดพู่กันให้เหมาะสมกับขนาดภาพ สำหรับพู่กันปลายตัดที่ใช้มาก ได้แก่ ความกว้าง 6, 15 และ 25 มิลลิเมตร พูกันยี่ห้อที่นิยมใช้ได้แก่ Winsor&Newton serie 7 การใช้พู่กันอย่างถูกวิธีจะช่วยให้พู่กันมีอายุใช้งานยาวนานขึ้น ห้ามวางพู่กันทิ้งไว้ในขวดล้างเด็ดขาด ทุกครั้งที่วางให้วางนอนหรือตั้งปลายขึ้น และหากเก็บไว้นานๆ ให้จุ่มน้ำสบู่ จัดปลายให้แหลมทิ้งไว้ให้แข็ง หากจะเก็บในกล่องควรมัดรวมกัน โดยให้ปลายพูกันหันเข้าข้างใน โดยมีด้ามยื่นออกสลับทางกัน ปลายขนพู่กันจะได้ไม่กระทบกล่อง ซึ่งจะทำให้เสียรูป
จานสี อาจใช้ถาดหลุมพลาสติก หรือใช้จานกระเบื้องเคลือบสีขาวก็ได้ ในการผสมสีลงในจานสี ต้องผสมให้พอใช้ในแต่ละครั้ง เพราะหากผสมขาดอาจผสมใหม่ได้ไม่เหมือนเดิม และหากต้องเก็บข้ามวันก็ไม่จำเป็นต้องล้างสีออกทุกครั้ง โดยทิ้งให้สีแห้งแล้วเติมน้ำเมื่อจะใช้คราวต่อไป แต่หากมีฝุ่นลงไป ต้องล้างทิ้งทุกครั้ง เพราะฝุ่นจะทำให้เกิดรอยบนภาพอย่างที่ได้กล่าวแล้ว
ดินสอ ดินสอที่ใช้ในการร่างภาพสำหรับวาดสีน้ำ ควรเป็นดินสอแหลม และแข็ง เช่น 2H, H หรือ HB
ยางลบ ยางลบที่ควรมีคือ ยางลบสำหรับลบรอยดินสอร่างภาพ อาจมียางลบเพื่อลบรอยสีน้ำ ได้แก่ Pelikan plastic imbibed eraser รุ่น PT20 ด้วย
กระดาษทิชชู หรือ ผ้าขี้ริ้ว สำหรับซับสีที่เกิน และทำความสะอาดโต๊ะ
ขวดใส่น้ำล้างพู่กัน เทคนิคการวาดภาพสี้นำมี 2 เทคนิค ได้แก่ แบบกระดาษเปียก คือลงสีผสมน้ำบนกระดาษเปียก (wet-on-wet technique) และแบบกระดาษแห้ง คือลงสีผสมน้ำบนกระดาษแห้ง (wet-on-dry หรือ dry brush)
ขั้นตอนการวาดภาพสีน้ำ
ร่างภาพอย่างละเอียดชัดเจน ต้องลงตำแหน่งเสง-เงา ให้เรียบร้อย แล้วลอกภาพด้วยดินสอ 2H ถึง HB
เตรียมกระดาษทิชชูไว้ซับน้ำส่วนที่เกิน ใช้พู่กันขนาดใหญ่ลงน้ำบนกระดาษพอให้กระดาษชื้น อย่าให้มีน้ำแฉะ บริเวณขอบให้ลงน้ำเกือบถึงขอบ และอย่าให้มีจุดแห้งบนกระดาษ ภาพขนาดใหญ่ต้องชื้นมาก เพราะต้องวาดภาพทั้งภาพ หรือทั้งส่วนพร้อมๆกัน โดยไม่ให้น้ำแห้งก่อน สำหรับคนถนัดขวาให้วาดจากด้านซ้ายบนลงขวาล่าง คนถนัดซ้ายวาดจากด้านขวาบนลงซ้ายล่าง ลากสีเป็นเส้นยาวจนสุดขอบแล้ววกกลับเหลื่อมกับเส้นสีเดิม เพื่อไม่ให้เกิดรอย สีควรกลืนกันไปตลอดทั้งส่วน
ลงสีอ่อนก่อน แตะสีที่เกินบนจานสี หรือขวดน้ำ ส่วนที่เป็นไฮไลท์เว้นขาวไว้ ลงสีโดยเริ่มจาก middle tone ไปยังส่วนมืดที่สุดบนวัตถุ เข้าไปยังส่วนมืดด้านที่มีแสงสะท้อนจากสิ่งแวดล้อม แล้วจึงลงที่เงาวัตถุจากนั้นจึงเติมพื้นผิว
บริเวณที่ติดกันเป็นวัตถุต่างชิ้น ต้องรอให้สีแรกแห้งก่อน แล้วจึงลงสีถัดไป เพื่อไม่ให้สีซึมเข้าหากัน
รายละเอียดเติมได้ด้วยพู่กันเล็ก นอกจากนี้อาจเติมสีขาว ดินสอ ผงถ่าน ฯลฯ ตามความเหมาะสม สำหรับการสร้างพื้นผิวแบบต่างๆ อาจใช้ dry brush โดยรอให้สีเดิมแห้งก่อน แล้วจึงลงสีใหม่ มีหลายเทคนิคที่นำมาประยุกต์ใช้ได้ เช่น ทำให้ปลายพู่กันบานออกจากกันแล้วจุ่มสีวาด ใช้ฟองน้ำ หรือ สำลีพันปลายไม้ หรือโรยเกลือ เป็นต้น
หากต้องมีเส้นขอบ ควรทำเป็นลำดับสุดท้าย โดยใช้สีเข้มกว่าวัตถุเป็นเส้นขอบ เช่น ถ้าวัตถุเป็นสีแดง ก็ใช้เส้นขอบสีเลือดหมู เป็นต้น
สำหรับเงาของวัตถุ ลงสีโดยเริ่มจากสีเข้มไปหาสีอ่อน (ตรงข้ามกับการลงสีบนวัตถุ) ถ้าเป็นภาพสี สีของเงาควรเป็นสีของวัตถุผสมสีเทา เงาวัตถุไม่ควรมีขอบ แต่ควรเป็นสีที่ค่อยๆจางไป.
May 24, '07 9:59 AMfor everyone
การให้แสง-เงาด้วยเทคนิคสีน้ำ เหมาะกับการวาดภาพวัตถุที่เป็นเงา เปียก โปร่งแสง หรือโปร่งใส ตัวอย่างวัตถุประเภทนี้ เช่น ใบบอน ใบบัว งู สีน้ำแสดงแสง-เงาของวัตถุที่พื้นผิวเป็นลอน เป็นคลื่น เช่น กะโหลก กระดูก และเปลือกหอยได้ดี นอกจากนี้เทคนิคสีน้ำแบบ dry brush ใช้กับวัตถุที่มีรายละเอียดมาก เช่น ผีเสื้อ และแมลงเล็กๆ ได้อีกด้วย สิ่งสำคัญที่สร้างความแตกต่างให้ภาพสีน้ำ ได้แก่ กระดาษ มีข้อควรคำนึงถึงในการเลือกใช้กระดาษดังนี้
มีพื้นผิวขรุขระมากน้อยตามขนาดและรายละเอียดของภาพ หากภาพมีขนาดเล็ก และรายละเอียดมากควรใช้กระดาษที่มีผิวค่อนข้างเรียบ
ความหนาของกระดาษพอสมควร สามารถรับน้ำและรอยลบได้
ทนความชื้น ไม่บิดงอ จนเสียรูป ทนแสงและอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ไม่เหลืองเมื่อทิ้งไว้นาน อย่างไรก็ดี ภาพที่จะต้องทิ้งไว้นาน ควรติดลงบนกระดาษแข็งประเภท photo board และควรติดด้วยกาวน้ำคุณภาพดี อย่าติดแน่นเกินไป เพราะหากต้องนำไปตีพิมพ์ โรงพิมพ์จะต้องแกะภาพออกและภาพอาจเสียหายได้สำหรับสี อาจใช้หมึก (ink) เช่น indian ink หรือใช้สีน้ำ (watercolor paint) สีน้ำมี 2 ลักษณะ คือ สี้นำบรรจุหลอด (tube paint) และสีน้ำแบบถาด (cake color) ข้อดีของสีน้ำแบบหลอดคือ เก็บได้ง่ายและสะดวกกว่า (หากทิ้งไว้นาน เปิดฝาไม่ออกอาจจุ่มในน้ำอุ่นสักครู่จะเปิดได้ง่ายขึ้น) แต่ข้อเสีย คือ มองไม่เห็นสีที่จะเลือกใช้ ต้องบีบออกจากหลอด ในขณะที่สีถาดนั้นเลือกสีได้ง่ายกว่า แต่เปื้อนได้ง่ายเช่นกัน ต้องล้างพู่กันให้สะอาดทุกครั้งที่จุ่มสีใหม่ และถ้าเก็บไว้นานต้องระวังฝุ่นลงไปในสี หากมีฝุ่นอยู่ในสี เมื่อวาดลงบนกระดาษจะเป็นรอยที่ไม่พึงปรารถนา เอาออกได้ยาก สีหลอดที่ใช้ได้ดี คือ ยี่ห้อ Winsor & Newton และ Grumbacher ส่วนสีถาดที่เป็นที่นิยมคือ Pelikan และ Winsor&Newton สำหรับสีขาวมักใช้ Titanium White หรือ Chinese white เพื่อวาดไฮไลท์ ใช้ลบที่ผิด หรือวาดสีขาวลงบนพื้นหลังสีดำ การเลือกซื้อสี ควรเลือกสีคุณภาพดีที่สุดเท่าที่งบประมาณอำนวย การเลือกสีพิจารณาที่ความโปร่งแสงและเนื้อสี สีที่ข้นมากๆ อาจมีส่วนผสมที่ไม่ใช่เนื้อสีจึงไม่เป็นที่ต้องการ
สำหรับเครื่องมือสำคัญ ได้แก่
พู่กัน พู่กันกลมที่ดีจะสามารถลูบให้ปลายแหลมได้เมื่อเปียก ควรอมน้ำมากๆ เพื่อจะได้จุ่มสีได้มาก ไม่ต้องจุ่มสีบ่อยๆ เมื่อต้องการลากเส้นยาวๆ ขนพู่กันอาจทำด้วยขนหางม้า หรือขนอูฐ ควรเลือกขนาดพู่กันให้เหมาะสมกับขนาดภาพ สำหรับพู่กันปลายตัดที่ใช้มาก ได้แก่ ความกว้าง 6, 15 และ 25 มิลลิเมตร พูกันยี่ห้อที่นิยมใช้ได้แก่ Winsor&Newton serie 7 การใช้พู่กันอย่างถูกวิธีจะช่วยให้พู่กันมีอายุใช้งานยาวนานขึ้น ห้ามวางพู่กันทิ้งไว้ในขวดล้างเด็ดขาด ทุกครั้งที่วางให้วางนอนหรือตั้งปลายขึ้น และหากเก็บไว้นานๆ ให้จุ่มน้ำสบู่ จัดปลายให้แหลมทิ้งไว้ให้แข็ง หากจะเก็บในกล่องควรมัดรวมกัน โดยให้ปลายพูกันหันเข้าข้างใน โดยมีด้ามยื่นออกสลับทางกัน ปลายขนพู่กันจะได้ไม่กระทบกล่อง ซึ่งจะทำให้เสียรูป
จานสี อาจใช้ถาดหลุมพลาสติก หรือใช้จานกระเบื้องเคลือบสีขาวก็ได้ ในการผสมสีลงในจานสี ต้องผสมให้พอใช้ในแต่ละครั้ง เพราะหากผสมขาดอาจผสมใหม่ได้ไม่เหมือนเดิม และหากต้องเก็บข้ามวันก็ไม่จำเป็นต้องล้างสีออกทุกครั้ง โดยทิ้งให้สีแห้งแล้วเติมน้ำเมื่อจะใช้คราวต่อไป แต่หากมีฝุ่นลงไป ต้องล้างทิ้งทุกครั้ง เพราะฝุ่นจะทำให้เกิดรอยบนภาพอย่างที่ได้กล่าวแล้ว
ดินสอ ดินสอที่ใช้ในการร่างภาพสำหรับวาดสีน้ำ ควรเป็นดินสอแหลม และแข็ง เช่น 2H, H หรือ HB
ยางลบ ยางลบที่ควรมีคือ ยางลบสำหรับลบรอยดินสอร่างภาพ อาจมียางลบเพื่อลบรอยสีน้ำ ได้แก่ Pelikan plastic imbibed eraser รุ่น PT20 ด้วย
กระดาษทิชชู หรือ ผ้าขี้ริ้ว สำหรับซับสีที่เกิน และทำความสะอาดโต๊ะ
ขวดใส่น้ำล้างพู่กัน เทคนิคการวาดภาพสี้นำมี 2 เทคนิค ได้แก่ แบบกระดาษเปียก คือลงสีผสมน้ำบนกระดาษเปียก (wet-on-wet technique) และแบบกระดาษแห้ง คือลงสีผสมน้ำบนกระดาษแห้ง (wet-on-dry หรือ dry brush)
ขั้นตอนการวาดภาพสีน้ำ
ร่างภาพอย่างละเอียดชัดเจน ต้องลงตำแหน่งเสง-เงา ให้เรียบร้อย แล้วลอกภาพด้วยดินสอ 2H ถึง HB
เตรียมกระดาษทิชชูไว้ซับน้ำส่วนที่เกิน ใช้พู่กันขนาดใหญ่ลงน้ำบนกระดาษพอให้กระดาษชื้น อย่าให้มีน้ำแฉะ บริเวณขอบให้ลงน้ำเกือบถึงขอบ และอย่าให้มีจุดแห้งบนกระดาษ ภาพขนาดใหญ่ต้องชื้นมาก เพราะต้องวาดภาพทั้งภาพ หรือทั้งส่วนพร้อมๆกัน โดยไม่ให้น้ำแห้งก่อน สำหรับคนถนัดขวาให้วาดจากด้านซ้ายบนลงขวาล่าง คนถนัดซ้ายวาดจากด้านขวาบนลงซ้ายล่าง ลากสีเป็นเส้นยาวจนสุดขอบแล้ววกกลับเหลื่อมกับเส้นสีเดิม เพื่อไม่ให้เกิดรอย สีควรกลืนกันไปตลอดทั้งส่วน
ลงสีอ่อนก่อน แตะสีที่เกินบนจานสี หรือขวดน้ำ ส่วนที่เป็นไฮไลท์เว้นขาวไว้ ลงสีโดยเริ่มจาก middle tone ไปยังส่วนมืดที่สุดบนวัตถุ เข้าไปยังส่วนมืดด้านที่มีแสงสะท้อนจากสิ่งแวดล้อม แล้วจึงลงที่เงาวัตถุจากนั้นจึงเติมพื้นผิว
บริเวณที่ติดกันเป็นวัตถุต่างชิ้น ต้องรอให้สีแรกแห้งก่อน แล้วจึงลงสีถัดไป เพื่อไม่ให้สีซึมเข้าหากัน
รายละเอียดเติมได้ด้วยพู่กันเล็ก นอกจากนี้อาจเติมสีขาว ดินสอ ผงถ่าน ฯลฯ ตามความเหมาะสม สำหรับการสร้างพื้นผิวแบบต่างๆ อาจใช้ dry brush โดยรอให้สีเดิมแห้งก่อน แล้วจึงลงสีใหม่ มีหลายเทคนิคที่นำมาประยุกต์ใช้ได้ เช่น ทำให้ปลายพู่กันบานออกจากกันแล้วจุ่มสีวาด ใช้ฟองน้ำ หรือ สำลีพันปลายไม้ หรือโรยเกลือ เป็นต้น
หากต้องมีเส้นขอบ ควรทำเป็นลำดับสุดท้าย โดยใช้สีเข้มกว่าวัตถุเป็นเส้นขอบ เช่น ถ้าวัตถุเป็นสีแดง ก็ใช้เส้นขอบสีเลือดหมู เป็นต้น
สำหรับเงาของวัตถุ ลงสีโดยเริ่มจากสีเข้มไปหาสีอ่อน (ตรงข้ามกับการลงสีบนวัตถุ) ถ้าเป็นภาพสี สีของเงาควรเป็นสีของวัตถุผสมสีเทา เงาวัตถุไม่ควรมีขอบ แต่ควรเป็นสีที่ค่อยๆจางไป.
12 สิงหาคม 2552
๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ ครบรอบ ๑๐๐ ปี โรงเรียนสตูลวิทยา
เชิญชวนศิษย์เก่า - ศิษย์ปัจจุบัน คณะครู - อาจารย์ ร่วมงาน
ครบรอบ ๑๐๐ ปี โรงเรียนสตูลวิทยา ในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๓
ครบรอบ ๑๐๐ ปี โรงเรียนสตูลวิทยา ในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๓
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)