แนวทางการเรียน ศิลปะสถาปัตย์ มหาลัยต่างๆ
ARCHITECTUREสถาปัตยกรรม--ให้นึกถึง งานโครงสร้าง เกี่ยวกับ ตึกรา บ้านช่อง ภายนอก การก่อสร้างความสวยงามทางสถาปัตยกรรมแน่นอน งานเยอะ มักๆๆ และ คุณ ต้องมีแววในการ เป็น เดะถาปัตย์ อย่างเต็มตัว และพร้อมยอมรับ กับความตั้งใจ
INTERIOR DESIGNสถาปัตยกรรมภายใน หรือ ที่เรารู้จักกันดี แบบเท่ๆว่า --ออกแบบตกแต่งภายใน ก็ จะเกี่ยวกับงานออกแบบภายใน บ้านพักอาศัย ตลอดจน โปรเจค ต่างๆไม่ว่าจะเป็น การออกแบบสถานที่ต่างๆ ขอบอกว่า คณะนี้ ที่น้องกำลังจะคิดเข้าเนี่ย ....งานเยอะมากกกกกก แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน แล้วจะรู้จักคำว่า ไม่ได้นอน เป็นไง แต่แน่นอนเรียน จบมา คุณคือ อินทีเรียดีไซด์ ตัวจริง...
PRODUCT DESIGNออกแบบผลิตภัณฑ์ --คณะนี้ จะสามารถ โยง ไปในเรื่อง ของตลาด หลักๆ คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ ในที่นี้ จะ เป็นงานออกแบบ ที่ จบใน ตัวๆ งาน ตัวนึง เช่น ออกแบบเครื่องใช้ไฟฟ้า ออกแบบพัฒนาดีไซด์ผลิตภัณฑ์ต่างๆตามท้องตลาด ทุกประเภท เป็นต้น และ นอกจากนี้ ยังรวมไปถึง เฟอร์นิเจอร์ สื่อกราฟฟิก บรรจุภัณฑ์ บางที่จนอาจโค ถึง INTERIOR DESIGN คณะนี้ ขอบอกว่า ไม่อดตายนะครับ .. เพราะ ว่า คนที่เรียนคณะ สาขานี้ สามารถแทรกตัว ไปตามที่ต่างๆได้ ตามที่ ที่เรียกว่า ตลาด ก็คือ กลุ่มลูกค้า ที่นิยมความสวยงามสะดวกสบายและความพอใจของลูกค้านั่นเอง
GRAPHIC DESIGN หรือ ที่เรา เรียกกัน ว่า นิเทศน์ศิลป์คณะสาขา แขนงนี้ คุณ ต้อง เป็น นักคิดตัวยง เลยในที่เดียว คณะ นี้ จะเรียนเกี่ยว กับ โฆษณา โดยตรง ของ ครีเอทีฟ การสรางสรรค์ สื่องานต่างๆ โดย มีการเสนองาน ในรูปแบบต่างๆ เช่น การถ่ายภาพ การนำเสนอถ่ายทอด ให้ลูกค้า ยอมรับโดยสมัยนี้ นิยม เน้นทางคอมพิวเตอร์ เป็นหลัก แต่หลักแรกๆ คุณ ต้องเบื่อกับ การใช้สีโปสเตอร์ไปพรางๆก่อน
แนวทางคณะ ที่สามารถพุ่งตรงไปได้ ในทางสถาปัตย์ ได้เลยแหละ ถ้า อยาก เข้า มหาลัย ดีๆ ความพร้อมกับ การเตรียมตัว เป็นเรื่องที่ สำคัญ
ปัจจุบัน มหาลัย รัะดับ ปริญญาตรี ที่ทุกคน มักต่างพุ่ง เข้าไปสอบเข้าก่อนอื่น ขอบอกไว้นะครับว่า การเตรียมตัว คือ สิ่งที่ดี แต่ถ้า พลาด ขอให้ ยอมรับและ พึงระลึก คิดไว้ ว่า เรียนที่ไหน ก็ เหมือนกัน ไม่จำเป็น ต้อง เลือก อันดับเดียว ..อย่าเสียใจ กับ ความรู้ ที่เราเลือก เพราะความรัก
มหาวิทยาลัย ที่อยู่ ใน กรุงเทพ จุฬาลงกรณ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มศว.คณะศิลปกรรมศาสตร์ม.ศิลปากร มัณฑณศิลป์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาปัตย์กรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ สถาปัตย์กรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (คลอง6) คณะ ศิลปกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง คณะศิลปกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย คณะสถาปัตย์กรรม
ถ้า พลาด ม.เอกชน ก็ จะมี ม.กรุงเทพ และ ม.รังสิต คณะศิลปกรรม หลักๆ ก็มี INTERIOR DESIGN,PRODUCT DESIGNม.ศรีปทุม สถาปัตย์..และ ราชภัฏที่ต่างๆ ซึ่งตอนนี้รองรับคณะศิลปกรรม เกือบทุกที่แล้ว
ที่มา http://www.eduzones.com/
16 สิงหาคม 2552
ศิลปะสำคัญอย่างไร
ศิลปะสำคัญอย่างไร นายสมพงษ์ คงทอง สถาบันทักษิณคดีศึกษา
กระบวนการสร้างสรรค์ งานทางศิลปะ อาจเริ่มตั้งแต่การปลูกฝังเรื่องราวทางศิลปะ การสอนศิลปะให้เด็กและเยาวชนให้เขาได้เริ่มซึมซับรับรู้ความงดงามจากการมองเห็นสีสัน สัมผัสกับรูปทรงที่หลากหลายจากง่ายไปสู่สิ่งที่ยาก เพื่อใหรู้จักถึงความแตกต่างอันเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัว การที่เด็กได้รับการสอนให้รู้จักขีดเขียน วาดภาพ ระบายสี ผลงานที่เกิดจากการสร้างสรรค์ตามจินตนาการย่อมเป็นความภาคภูมิใจ แม้จะเป็นผลงานเล็กน้อยแต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่ตน ผสมผสานกับคำชื่นชมและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เปรียบกับการได้รับการเอาใจใส่ดูแลเพื่อจุดหมายที่จะสร้างให้เขาเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ งานศิลปะจะหล่อหลอมจิตใจให้ละเอียดอ่อน มีสมาธิ มีความตั้งใจและหากได้รับการปลูกฝังดูแลอย่างต่อเนื่อง วันหนึ่งเมื่อเขาเติบโตขึ้นวิถีทางศิลปะอาจจะเป็นทางเลือกสำหรับอนาคตของเขาก็ได้
โครงการจัดประกวดผลงานศิลปกรรมเยาวชนทักษิณ เป็นโครงการหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์สำคัญที่จะส่งเสริม ปลูกฝัง ให้เยาวชนมีรากฐานทางศิลปะ โดยส่งเสริมให้เยาวชนสร้างสรรค์งานศิลปกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการได้เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ส่งผลงานศิลปกรรมเข้าร่วมประกวด เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๖ จวบจนถึงปัจจุบันนับเป็น ครั้งที่ ๕ ซึ่งแต่ละปีมีเยาวชนจาก ๑๔ จังหวัดส่งผลงานเข้าร่วมประกวดเป็นจำนวนมาก และสำหรับผลงานของเยาวชนที่ได้รับรางวัล และได้คัดเลือกเข้าร่วมแสดง ก็ได้นำผลงานทั้งหมดมาจัดแสดงแดงนิทรรศการ
ณ อาคารอาศรมศิลปกรรมทักษิณ เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจ ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมอย่างต่อเนื่องต่อไป
งานศิลปะร่วมสมัยจำแนกได้เป็นหลายสาขา และดูเหมือนว่าสาขาทัศนศิลป์จะเป็นสาขาหนึ่งที่มีความเข้มแข็งมาก ซึ่งอาจมาจากปัจจัยเรื่องของจำนวนศิลปินที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศ และงานสาขาวรรณศิลป์ เป็นงานศิลปะอีกสาขาหนึ่งที่ไม่หยุดนิ่งกับที่ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยซึ่งขณะนี้มีนายกสมาคมฯ และทีมงานที่ขยันขันแข็งในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ให้กับสังคม โดยร่วมกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง จัดค่ายอบรมทักษะการสร้างสรรค์งานวรรณศิลป์ให้กับเยาวชน ซึ่งก็เป็นการสร้างรากฐานทางศิลปะสาขาวรรณศิลป์อีกเหมือนกัน และสถาบันทักษิณคดีศึกษา ก็ได้จัดกิจกรรม เพื่อเป็นการสร้างรากฐานให้กับเยาวชน อย่างต่อเนื่อง เช่นเมื่อวันที่ ๑๘ – ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ที่ผ่านมาสถาบันทักษิณคดีศึกษา ซึ่งนำโดย สถาพร ศรีสัจจัง ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ได้จัดกิจกรรมสัมมนาเกี่ยวกับ การส่งเสริมบทบาทกวีและนักเขียนร่วมสมัยขึ้น และได้เชิญเหล่านักเขียนที่มีชื่อเสียงหลายท่านมาร่วมเป็นวิทยากร เพื่ออบรมให้ความรู้ กับเยาวชน จะเห็นได้ว่า เหล่านักเขียนมืออาชีพ ทั้งที่เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ กวีซีไรต์ ศิลปินร่วมสมัยดีเด่นสาขาต่าง ๆ ต่างร่วมกันปลูกฝังแง่คิด
จินตนาการที่เป็นประโยชน์หลากหลายให้แก่เยาวชนนักเขียนมือใหม่ ที่จะก้าวไปสู่เส้นทางข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งมั่นคงภายใต้จิตใจที่ละเอียดอ่อน
การสร้างรากฐานทางศิลปะ เป็นเรื่องราวที่ดีมากโดยเฉพาะ หากว่ามีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ศิลปินที่มีชื่อเสียง ทางศิลปะ รัฐ และเอกชนได้สละเวลาเพื่อการวางรากฐานของเยาวชนในสังคมให้เติบโตอย่างมีคุณค่า และสรรหาพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสาขาต่างๆ สำหรับเยาวชน ส่งเสริมให้มีการยกย่องเชิดชูศิลปินรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถทางศิลปะสาขาต่างๆ ให้เป็นต้นแบบของเยาวชน ส่งเสริมสนับสนุนเขาเหล่านั้นให้มีโอกาสพัฒนาทักษะความสามารถทางศิลปะให้ก้าวไปสู่ความเป็นเลิศในสาขาต่างๆ เชื่อได้ว่าในอนาคตข้างหน้าชื่อเสียงของศิลปินไทย ที่ได้รับการปลูกฝัง ปูรากฐานทางศิลปะ จำนวนหนึ่ง จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และโบยบินออกไปสู่สาธารณชน และอารยประเทศ ให้เป็นที่ยอมรับได้ไม่ยากเลย เพราะฉะนั้นเรามาร่วมส่งเสริม และสร้างรากฐานทางศิลปะเพื่อเยาวศิลปินที่จะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต
กระบวนการสร้างสรรค์ งานทางศิลปะ อาจเริ่มตั้งแต่การปลูกฝังเรื่องราวทางศิลปะ การสอนศิลปะให้เด็กและเยาวชนให้เขาได้เริ่มซึมซับรับรู้ความงดงามจากการมองเห็นสีสัน สัมผัสกับรูปทรงที่หลากหลายจากง่ายไปสู่สิ่งที่ยาก เพื่อใหรู้จักถึงความแตกต่างอันเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัว การที่เด็กได้รับการสอนให้รู้จักขีดเขียน วาดภาพ ระบายสี ผลงานที่เกิดจากการสร้างสรรค์ตามจินตนาการย่อมเป็นความภาคภูมิใจ แม้จะเป็นผลงานเล็กน้อยแต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่ตน ผสมผสานกับคำชื่นชมและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เปรียบกับการได้รับการเอาใจใส่ดูแลเพื่อจุดหมายที่จะสร้างให้เขาเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ งานศิลปะจะหล่อหลอมจิตใจให้ละเอียดอ่อน มีสมาธิ มีความตั้งใจและหากได้รับการปลูกฝังดูแลอย่างต่อเนื่อง วันหนึ่งเมื่อเขาเติบโตขึ้นวิถีทางศิลปะอาจจะเป็นทางเลือกสำหรับอนาคตของเขาก็ได้
โครงการจัดประกวดผลงานศิลปกรรมเยาวชนทักษิณ เป็นโครงการหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์สำคัญที่จะส่งเสริม ปลูกฝัง ให้เยาวชนมีรากฐานทางศิลปะ โดยส่งเสริมให้เยาวชนสร้างสรรค์งานศิลปกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการได้เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ส่งผลงานศิลปกรรมเข้าร่วมประกวด เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๖ จวบจนถึงปัจจุบันนับเป็น ครั้งที่ ๕ ซึ่งแต่ละปีมีเยาวชนจาก ๑๔ จังหวัดส่งผลงานเข้าร่วมประกวดเป็นจำนวนมาก และสำหรับผลงานของเยาวชนที่ได้รับรางวัล และได้คัดเลือกเข้าร่วมแสดง ก็ได้นำผลงานทั้งหมดมาจัดแสดงแดงนิทรรศการ
ณ อาคารอาศรมศิลปกรรมทักษิณ เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจ ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมอย่างต่อเนื่องต่อไป
งานศิลปะร่วมสมัยจำแนกได้เป็นหลายสาขา และดูเหมือนว่าสาขาทัศนศิลป์จะเป็นสาขาหนึ่งที่มีความเข้มแข็งมาก ซึ่งอาจมาจากปัจจัยเรื่องของจำนวนศิลปินที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศ และงานสาขาวรรณศิลป์ เป็นงานศิลปะอีกสาขาหนึ่งที่ไม่หยุดนิ่งกับที่ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยซึ่งขณะนี้มีนายกสมาคมฯ และทีมงานที่ขยันขันแข็งในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ให้กับสังคม โดยร่วมกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง จัดค่ายอบรมทักษะการสร้างสรรค์งานวรรณศิลป์ให้กับเยาวชน ซึ่งก็เป็นการสร้างรากฐานทางศิลปะสาขาวรรณศิลป์อีกเหมือนกัน และสถาบันทักษิณคดีศึกษา ก็ได้จัดกิจกรรม เพื่อเป็นการสร้างรากฐานให้กับเยาวชน อย่างต่อเนื่อง เช่นเมื่อวันที่ ๑๘ – ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ที่ผ่านมาสถาบันทักษิณคดีศึกษา ซึ่งนำโดย สถาพร ศรีสัจจัง ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ได้จัดกิจกรรมสัมมนาเกี่ยวกับ การส่งเสริมบทบาทกวีและนักเขียนร่วมสมัยขึ้น และได้เชิญเหล่านักเขียนที่มีชื่อเสียงหลายท่านมาร่วมเป็นวิทยากร เพื่ออบรมให้ความรู้ กับเยาวชน จะเห็นได้ว่า เหล่านักเขียนมืออาชีพ ทั้งที่เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ กวีซีไรต์ ศิลปินร่วมสมัยดีเด่นสาขาต่าง ๆ ต่างร่วมกันปลูกฝังแง่คิด
จินตนาการที่เป็นประโยชน์หลากหลายให้แก่เยาวชนนักเขียนมือใหม่ ที่จะก้าวไปสู่เส้นทางข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งมั่นคงภายใต้จิตใจที่ละเอียดอ่อน
การสร้างรากฐานทางศิลปะ เป็นเรื่องราวที่ดีมากโดยเฉพาะ หากว่ามีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ศิลปินที่มีชื่อเสียง ทางศิลปะ รัฐ และเอกชนได้สละเวลาเพื่อการวางรากฐานของเยาวชนในสังคมให้เติบโตอย่างมีคุณค่า และสรรหาพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสาขาต่างๆ สำหรับเยาวชน ส่งเสริมให้มีการยกย่องเชิดชูศิลปินรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถทางศิลปะสาขาต่างๆ ให้เป็นต้นแบบของเยาวชน ส่งเสริมสนับสนุนเขาเหล่านั้นให้มีโอกาสพัฒนาทักษะความสามารถทางศิลปะให้ก้าวไปสู่ความเป็นเลิศในสาขาต่างๆ เชื่อได้ว่าในอนาคตข้างหน้าชื่อเสียงของศิลปินไทย ที่ได้รับการปลูกฝัง ปูรากฐานทางศิลปะ จำนวนหนึ่ง จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และโบยบินออกไปสู่สาธารณชน และอารยประเทศ ให้เป็นที่ยอมรับได้ไม่ยากเลย เพราะฉะนั้นเรามาร่วมส่งเสริม และสร้างรากฐานทางศิลปะเพื่อเยาวศิลปินที่จะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต
13 สิงหาคม 2552
เทคนิคสีน้ำ๒
มารู้จักสีน้ำ...
May 24, '07 9:59 AMfor everyone
การให้แสง-เงาด้วยเทคนิคสีน้ำ เหมาะกับการวาดภาพวัตถุที่เป็นเงา เปียก โปร่งแสง หรือโปร่งใส ตัวอย่างวัตถุประเภทนี้ เช่น ใบบอน ใบบัว งู สีน้ำแสดงแสง-เงาของวัตถุที่พื้นผิวเป็นลอน เป็นคลื่น เช่น กะโหลก กระดูก และเปลือกหอยได้ดี นอกจากนี้เทคนิคสีน้ำแบบ dry brush ใช้กับวัตถุที่มีรายละเอียดมาก เช่น ผีเสื้อ และแมลงเล็กๆ ได้อีกด้วย สิ่งสำคัญที่สร้างความแตกต่างให้ภาพสีน้ำ ได้แก่ กระดาษ มีข้อควรคำนึงถึงในการเลือกใช้กระดาษดังนี้
มีพื้นผิวขรุขระมากน้อยตามขนาดและรายละเอียดของภาพ หากภาพมีขนาดเล็ก และรายละเอียดมากควรใช้กระดาษที่มีผิวค่อนข้างเรียบ
ความหนาของกระดาษพอสมควร สามารถรับน้ำและรอยลบได้
ทนความชื้น ไม่บิดงอ จนเสียรูป ทนแสงและอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ไม่เหลืองเมื่อทิ้งไว้นาน อย่างไรก็ดี ภาพที่จะต้องทิ้งไว้นาน ควรติดลงบนกระดาษแข็งประเภท photo board และควรติดด้วยกาวน้ำคุณภาพดี อย่าติดแน่นเกินไป เพราะหากต้องนำไปตีพิมพ์ โรงพิมพ์จะต้องแกะภาพออกและภาพอาจเสียหายได้สำหรับสี อาจใช้หมึก (ink) เช่น indian ink หรือใช้สีน้ำ (watercolor paint) สีน้ำมี 2 ลักษณะ คือ สี้นำบรรจุหลอด (tube paint) และสีน้ำแบบถาด (cake color) ข้อดีของสีน้ำแบบหลอดคือ เก็บได้ง่ายและสะดวกกว่า (หากทิ้งไว้นาน เปิดฝาไม่ออกอาจจุ่มในน้ำอุ่นสักครู่จะเปิดได้ง่ายขึ้น) แต่ข้อเสีย คือ มองไม่เห็นสีที่จะเลือกใช้ ต้องบีบออกจากหลอด ในขณะที่สีถาดนั้นเลือกสีได้ง่ายกว่า แต่เปื้อนได้ง่ายเช่นกัน ต้องล้างพู่กันให้สะอาดทุกครั้งที่จุ่มสีใหม่ และถ้าเก็บไว้นานต้องระวังฝุ่นลงไปในสี หากมีฝุ่นอยู่ในสี เมื่อวาดลงบนกระดาษจะเป็นรอยที่ไม่พึงปรารถนา เอาออกได้ยาก สีหลอดที่ใช้ได้ดี คือ ยี่ห้อ Winsor & Newton และ Grumbacher ส่วนสีถาดที่เป็นที่นิยมคือ Pelikan และ Winsor&Newton สำหรับสีขาวมักใช้ Titanium White หรือ Chinese white เพื่อวาดไฮไลท์ ใช้ลบที่ผิด หรือวาดสีขาวลงบนพื้นหลังสีดำ การเลือกซื้อสี ควรเลือกสีคุณภาพดีที่สุดเท่าที่งบประมาณอำนวย การเลือกสีพิจารณาที่ความโปร่งแสงและเนื้อสี สีที่ข้นมากๆ อาจมีส่วนผสมที่ไม่ใช่เนื้อสีจึงไม่เป็นที่ต้องการ
สำหรับเครื่องมือสำคัญ ได้แก่
พู่กัน พู่กันกลมที่ดีจะสามารถลูบให้ปลายแหลมได้เมื่อเปียก ควรอมน้ำมากๆ เพื่อจะได้จุ่มสีได้มาก ไม่ต้องจุ่มสีบ่อยๆ เมื่อต้องการลากเส้นยาวๆ ขนพู่กันอาจทำด้วยขนหางม้า หรือขนอูฐ ควรเลือกขนาดพู่กันให้เหมาะสมกับขนาดภาพ สำหรับพู่กันปลายตัดที่ใช้มาก ได้แก่ ความกว้าง 6, 15 และ 25 มิลลิเมตร พูกันยี่ห้อที่นิยมใช้ได้แก่ Winsor&Newton serie 7 การใช้พู่กันอย่างถูกวิธีจะช่วยให้พู่กันมีอายุใช้งานยาวนานขึ้น ห้ามวางพู่กันทิ้งไว้ในขวดล้างเด็ดขาด ทุกครั้งที่วางให้วางนอนหรือตั้งปลายขึ้น และหากเก็บไว้นานๆ ให้จุ่มน้ำสบู่ จัดปลายให้แหลมทิ้งไว้ให้แข็ง หากจะเก็บในกล่องควรมัดรวมกัน โดยให้ปลายพูกันหันเข้าข้างใน โดยมีด้ามยื่นออกสลับทางกัน ปลายขนพู่กันจะได้ไม่กระทบกล่อง ซึ่งจะทำให้เสียรูป
จานสี อาจใช้ถาดหลุมพลาสติก หรือใช้จานกระเบื้องเคลือบสีขาวก็ได้ ในการผสมสีลงในจานสี ต้องผสมให้พอใช้ในแต่ละครั้ง เพราะหากผสมขาดอาจผสมใหม่ได้ไม่เหมือนเดิม และหากต้องเก็บข้ามวันก็ไม่จำเป็นต้องล้างสีออกทุกครั้ง โดยทิ้งให้สีแห้งแล้วเติมน้ำเมื่อจะใช้คราวต่อไป แต่หากมีฝุ่นลงไป ต้องล้างทิ้งทุกครั้ง เพราะฝุ่นจะทำให้เกิดรอยบนภาพอย่างที่ได้กล่าวแล้ว
ดินสอ ดินสอที่ใช้ในการร่างภาพสำหรับวาดสีน้ำ ควรเป็นดินสอแหลม และแข็ง เช่น 2H, H หรือ HB
ยางลบ ยางลบที่ควรมีคือ ยางลบสำหรับลบรอยดินสอร่างภาพ อาจมียางลบเพื่อลบรอยสีน้ำ ได้แก่ Pelikan plastic imbibed eraser รุ่น PT20 ด้วย
กระดาษทิชชู หรือ ผ้าขี้ริ้ว สำหรับซับสีที่เกิน และทำความสะอาดโต๊ะ
ขวดใส่น้ำล้างพู่กัน เทคนิคการวาดภาพสี้นำมี 2 เทคนิค ได้แก่ แบบกระดาษเปียก คือลงสีผสมน้ำบนกระดาษเปียก (wet-on-wet technique) และแบบกระดาษแห้ง คือลงสีผสมน้ำบนกระดาษแห้ง (wet-on-dry หรือ dry brush)
ขั้นตอนการวาดภาพสีน้ำ
ร่างภาพอย่างละเอียดชัดเจน ต้องลงตำแหน่งเสง-เงา ให้เรียบร้อย แล้วลอกภาพด้วยดินสอ 2H ถึง HB
เตรียมกระดาษทิชชูไว้ซับน้ำส่วนที่เกิน ใช้พู่กันขนาดใหญ่ลงน้ำบนกระดาษพอให้กระดาษชื้น อย่าให้มีน้ำแฉะ บริเวณขอบให้ลงน้ำเกือบถึงขอบ และอย่าให้มีจุดแห้งบนกระดาษ ภาพขนาดใหญ่ต้องชื้นมาก เพราะต้องวาดภาพทั้งภาพ หรือทั้งส่วนพร้อมๆกัน โดยไม่ให้น้ำแห้งก่อน สำหรับคนถนัดขวาให้วาดจากด้านซ้ายบนลงขวาล่าง คนถนัดซ้ายวาดจากด้านขวาบนลงซ้ายล่าง ลากสีเป็นเส้นยาวจนสุดขอบแล้ววกกลับเหลื่อมกับเส้นสีเดิม เพื่อไม่ให้เกิดรอย สีควรกลืนกันไปตลอดทั้งส่วน
ลงสีอ่อนก่อน แตะสีที่เกินบนจานสี หรือขวดน้ำ ส่วนที่เป็นไฮไลท์เว้นขาวไว้ ลงสีโดยเริ่มจาก middle tone ไปยังส่วนมืดที่สุดบนวัตถุ เข้าไปยังส่วนมืดด้านที่มีแสงสะท้อนจากสิ่งแวดล้อม แล้วจึงลงที่เงาวัตถุจากนั้นจึงเติมพื้นผิว
บริเวณที่ติดกันเป็นวัตถุต่างชิ้น ต้องรอให้สีแรกแห้งก่อน แล้วจึงลงสีถัดไป เพื่อไม่ให้สีซึมเข้าหากัน
รายละเอียดเติมได้ด้วยพู่กันเล็ก นอกจากนี้อาจเติมสีขาว ดินสอ ผงถ่าน ฯลฯ ตามความเหมาะสม สำหรับการสร้างพื้นผิวแบบต่างๆ อาจใช้ dry brush โดยรอให้สีเดิมแห้งก่อน แล้วจึงลงสีใหม่ มีหลายเทคนิคที่นำมาประยุกต์ใช้ได้ เช่น ทำให้ปลายพู่กันบานออกจากกันแล้วจุ่มสีวาด ใช้ฟองน้ำ หรือ สำลีพันปลายไม้ หรือโรยเกลือ เป็นต้น
หากต้องมีเส้นขอบ ควรทำเป็นลำดับสุดท้าย โดยใช้สีเข้มกว่าวัตถุเป็นเส้นขอบ เช่น ถ้าวัตถุเป็นสีแดง ก็ใช้เส้นขอบสีเลือดหมู เป็นต้น
สำหรับเงาของวัตถุ ลงสีโดยเริ่มจากสีเข้มไปหาสีอ่อน (ตรงข้ามกับการลงสีบนวัตถุ) ถ้าเป็นภาพสี สีของเงาควรเป็นสีของวัตถุผสมสีเทา เงาวัตถุไม่ควรมีขอบ แต่ควรเป็นสีที่ค่อยๆจางไป.
May 24, '07 9:59 AMfor everyone
การให้แสง-เงาด้วยเทคนิคสีน้ำ เหมาะกับการวาดภาพวัตถุที่เป็นเงา เปียก โปร่งแสง หรือโปร่งใส ตัวอย่างวัตถุประเภทนี้ เช่น ใบบอน ใบบัว งู สีน้ำแสดงแสง-เงาของวัตถุที่พื้นผิวเป็นลอน เป็นคลื่น เช่น กะโหลก กระดูก และเปลือกหอยได้ดี นอกจากนี้เทคนิคสีน้ำแบบ dry brush ใช้กับวัตถุที่มีรายละเอียดมาก เช่น ผีเสื้อ และแมลงเล็กๆ ได้อีกด้วย สิ่งสำคัญที่สร้างความแตกต่างให้ภาพสีน้ำ ได้แก่ กระดาษ มีข้อควรคำนึงถึงในการเลือกใช้กระดาษดังนี้
มีพื้นผิวขรุขระมากน้อยตามขนาดและรายละเอียดของภาพ หากภาพมีขนาดเล็ก และรายละเอียดมากควรใช้กระดาษที่มีผิวค่อนข้างเรียบ
ความหนาของกระดาษพอสมควร สามารถรับน้ำและรอยลบได้
ทนความชื้น ไม่บิดงอ จนเสียรูป ทนแสงและอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ไม่เหลืองเมื่อทิ้งไว้นาน อย่างไรก็ดี ภาพที่จะต้องทิ้งไว้นาน ควรติดลงบนกระดาษแข็งประเภท photo board และควรติดด้วยกาวน้ำคุณภาพดี อย่าติดแน่นเกินไป เพราะหากต้องนำไปตีพิมพ์ โรงพิมพ์จะต้องแกะภาพออกและภาพอาจเสียหายได้สำหรับสี อาจใช้หมึก (ink) เช่น indian ink หรือใช้สีน้ำ (watercolor paint) สีน้ำมี 2 ลักษณะ คือ สี้นำบรรจุหลอด (tube paint) และสีน้ำแบบถาด (cake color) ข้อดีของสีน้ำแบบหลอดคือ เก็บได้ง่ายและสะดวกกว่า (หากทิ้งไว้นาน เปิดฝาไม่ออกอาจจุ่มในน้ำอุ่นสักครู่จะเปิดได้ง่ายขึ้น) แต่ข้อเสีย คือ มองไม่เห็นสีที่จะเลือกใช้ ต้องบีบออกจากหลอด ในขณะที่สีถาดนั้นเลือกสีได้ง่ายกว่า แต่เปื้อนได้ง่ายเช่นกัน ต้องล้างพู่กันให้สะอาดทุกครั้งที่จุ่มสีใหม่ และถ้าเก็บไว้นานต้องระวังฝุ่นลงไปในสี หากมีฝุ่นอยู่ในสี เมื่อวาดลงบนกระดาษจะเป็นรอยที่ไม่พึงปรารถนา เอาออกได้ยาก สีหลอดที่ใช้ได้ดี คือ ยี่ห้อ Winsor & Newton และ Grumbacher ส่วนสีถาดที่เป็นที่นิยมคือ Pelikan และ Winsor&Newton สำหรับสีขาวมักใช้ Titanium White หรือ Chinese white เพื่อวาดไฮไลท์ ใช้ลบที่ผิด หรือวาดสีขาวลงบนพื้นหลังสีดำ การเลือกซื้อสี ควรเลือกสีคุณภาพดีที่สุดเท่าที่งบประมาณอำนวย การเลือกสีพิจารณาที่ความโปร่งแสงและเนื้อสี สีที่ข้นมากๆ อาจมีส่วนผสมที่ไม่ใช่เนื้อสีจึงไม่เป็นที่ต้องการ
สำหรับเครื่องมือสำคัญ ได้แก่
พู่กัน พู่กันกลมที่ดีจะสามารถลูบให้ปลายแหลมได้เมื่อเปียก ควรอมน้ำมากๆ เพื่อจะได้จุ่มสีได้มาก ไม่ต้องจุ่มสีบ่อยๆ เมื่อต้องการลากเส้นยาวๆ ขนพู่กันอาจทำด้วยขนหางม้า หรือขนอูฐ ควรเลือกขนาดพู่กันให้เหมาะสมกับขนาดภาพ สำหรับพู่กันปลายตัดที่ใช้มาก ได้แก่ ความกว้าง 6, 15 และ 25 มิลลิเมตร พูกันยี่ห้อที่นิยมใช้ได้แก่ Winsor&Newton serie 7 การใช้พู่กันอย่างถูกวิธีจะช่วยให้พู่กันมีอายุใช้งานยาวนานขึ้น ห้ามวางพู่กันทิ้งไว้ในขวดล้างเด็ดขาด ทุกครั้งที่วางให้วางนอนหรือตั้งปลายขึ้น และหากเก็บไว้นานๆ ให้จุ่มน้ำสบู่ จัดปลายให้แหลมทิ้งไว้ให้แข็ง หากจะเก็บในกล่องควรมัดรวมกัน โดยให้ปลายพูกันหันเข้าข้างใน โดยมีด้ามยื่นออกสลับทางกัน ปลายขนพู่กันจะได้ไม่กระทบกล่อง ซึ่งจะทำให้เสียรูป
จานสี อาจใช้ถาดหลุมพลาสติก หรือใช้จานกระเบื้องเคลือบสีขาวก็ได้ ในการผสมสีลงในจานสี ต้องผสมให้พอใช้ในแต่ละครั้ง เพราะหากผสมขาดอาจผสมใหม่ได้ไม่เหมือนเดิม และหากต้องเก็บข้ามวันก็ไม่จำเป็นต้องล้างสีออกทุกครั้ง โดยทิ้งให้สีแห้งแล้วเติมน้ำเมื่อจะใช้คราวต่อไป แต่หากมีฝุ่นลงไป ต้องล้างทิ้งทุกครั้ง เพราะฝุ่นจะทำให้เกิดรอยบนภาพอย่างที่ได้กล่าวแล้ว
ดินสอ ดินสอที่ใช้ในการร่างภาพสำหรับวาดสีน้ำ ควรเป็นดินสอแหลม และแข็ง เช่น 2H, H หรือ HB
ยางลบ ยางลบที่ควรมีคือ ยางลบสำหรับลบรอยดินสอร่างภาพ อาจมียางลบเพื่อลบรอยสีน้ำ ได้แก่ Pelikan plastic imbibed eraser รุ่น PT20 ด้วย
กระดาษทิชชู หรือ ผ้าขี้ริ้ว สำหรับซับสีที่เกิน และทำความสะอาดโต๊ะ
ขวดใส่น้ำล้างพู่กัน เทคนิคการวาดภาพสี้นำมี 2 เทคนิค ได้แก่ แบบกระดาษเปียก คือลงสีผสมน้ำบนกระดาษเปียก (wet-on-wet technique) และแบบกระดาษแห้ง คือลงสีผสมน้ำบนกระดาษแห้ง (wet-on-dry หรือ dry brush)
ขั้นตอนการวาดภาพสีน้ำ
ร่างภาพอย่างละเอียดชัดเจน ต้องลงตำแหน่งเสง-เงา ให้เรียบร้อย แล้วลอกภาพด้วยดินสอ 2H ถึง HB
เตรียมกระดาษทิชชูไว้ซับน้ำส่วนที่เกิน ใช้พู่กันขนาดใหญ่ลงน้ำบนกระดาษพอให้กระดาษชื้น อย่าให้มีน้ำแฉะ บริเวณขอบให้ลงน้ำเกือบถึงขอบ และอย่าให้มีจุดแห้งบนกระดาษ ภาพขนาดใหญ่ต้องชื้นมาก เพราะต้องวาดภาพทั้งภาพ หรือทั้งส่วนพร้อมๆกัน โดยไม่ให้น้ำแห้งก่อน สำหรับคนถนัดขวาให้วาดจากด้านซ้ายบนลงขวาล่าง คนถนัดซ้ายวาดจากด้านขวาบนลงซ้ายล่าง ลากสีเป็นเส้นยาวจนสุดขอบแล้ววกกลับเหลื่อมกับเส้นสีเดิม เพื่อไม่ให้เกิดรอย สีควรกลืนกันไปตลอดทั้งส่วน
ลงสีอ่อนก่อน แตะสีที่เกินบนจานสี หรือขวดน้ำ ส่วนที่เป็นไฮไลท์เว้นขาวไว้ ลงสีโดยเริ่มจาก middle tone ไปยังส่วนมืดที่สุดบนวัตถุ เข้าไปยังส่วนมืดด้านที่มีแสงสะท้อนจากสิ่งแวดล้อม แล้วจึงลงที่เงาวัตถุจากนั้นจึงเติมพื้นผิว
บริเวณที่ติดกันเป็นวัตถุต่างชิ้น ต้องรอให้สีแรกแห้งก่อน แล้วจึงลงสีถัดไป เพื่อไม่ให้สีซึมเข้าหากัน
รายละเอียดเติมได้ด้วยพู่กันเล็ก นอกจากนี้อาจเติมสีขาว ดินสอ ผงถ่าน ฯลฯ ตามความเหมาะสม สำหรับการสร้างพื้นผิวแบบต่างๆ อาจใช้ dry brush โดยรอให้สีเดิมแห้งก่อน แล้วจึงลงสีใหม่ มีหลายเทคนิคที่นำมาประยุกต์ใช้ได้ เช่น ทำให้ปลายพู่กันบานออกจากกันแล้วจุ่มสีวาด ใช้ฟองน้ำ หรือ สำลีพันปลายไม้ หรือโรยเกลือ เป็นต้น
หากต้องมีเส้นขอบ ควรทำเป็นลำดับสุดท้าย โดยใช้สีเข้มกว่าวัตถุเป็นเส้นขอบ เช่น ถ้าวัตถุเป็นสีแดง ก็ใช้เส้นขอบสีเลือดหมู เป็นต้น
สำหรับเงาของวัตถุ ลงสีโดยเริ่มจากสีเข้มไปหาสีอ่อน (ตรงข้ามกับการลงสีบนวัตถุ) ถ้าเป็นภาพสี สีของเงาควรเป็นสีของวัตถุผสมสีเทา เงาวัตถุไม่ควรมีขอบ แต่ควรเป็นสีที่ค่อยๆจางไป.
12 สิงหาคม 2552
๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ ครบรอบ ๑๐๐ ปี โรงเรียนสตูลวิทยา
เชิญชวนศิษย์เก่า - ศิษย์ปัจจุบัน คณะครู - อาจารย์ ร่วมงาน
ครบรอบ ๑๐๐ ปี โรงเรียนสตูลวิทยา ในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๓
ครบรอบ ๑๐๐ ปี โรงเรียนสตูลวิทยา ในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๓
11 สิงหาคม 2552
เทคนิคสีน้ำ(ตอนที่๑)
สีน้ำ เป็น สีที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ ทั้งในแถบยุโรป และเอเชีย โดยเฉพาะจีน และญี่ปุ่น ซึ่งมีความสามารถในการระบายสีน้ำ แต่ในอดีตการระบายสีน้ำมักใช้เพียงสีเดียว คือ สีดำผู้ที่จะระบายได้อย่างสวยงามจะต้องมีทักษะการใช้พู่กันที่สูงมาก การระบายสีน้ำจะใช้น้ำ เป็นส่วนผสม และทำละลายให้เจือจาง ในการใช้สีน้ำ ไม่นิยมใช้สีขาวผสมเพื่อให้มีน้ำหนักอ่อนลง และไม่นิยมใช้สีดำผสมให้มีน้ำหนักเข้มขึ้น เพราะจะทำให้เกิดน้ำหนักมืดเกินไป แต่จะใช้สีกลางหรือสีตรงข้ามผสมแทน ลักษณะของภาพวาดสีน้ำจะมีลักษณะใส บาง และ สะอาด การระบายสีน้ำต้องใช้ความชำนาญสูงเพราะผิดพลาดแล้วจะแก้ไขยากจะระบายซ้ำๆ ทับกันมากๆ ไม่ได้จะทำให้ภาพออกมามีสีขุ่น ๆ ไม่น่าดู หรือที่เรียกว่า สีเน่า สีน้ำที่มีจำหน่าย ในปัจจุบัน จะบรรจุในหลอด เป็นเนื้อสีฝุ่นที่ผสมกับกาวอะราบิค ซึ่งเป็นกาวที่สามารถละลาย น้ำได้ มีทั้งลักษณะที่โปร่งแสง ( Transparent ) และกึ่งทึบแสง ( Semi-Opaque ) ซึ่งจะมีระบุ ไว้ข้างหลอด สีน้ำนิยมระบายบนกระดาษที่มีผิวขรุขระ หยาบ
กระดาษ
ในบรรดาอุปกรณ์ทั้งหมดของการเขียนสีน้ำ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “ กระดาษ ” กระดาษสีน้ำที่ดีจะมีส่วนผสมของฝ้ายถึง 100% เส้นใยที่ฟอกขาวแล้วจะถูกทำให้เหลว แล้วจัดการทำให้เป็นแผ่นๆ ด้วยกรรมวิธีต่างๆ ของผู้ผลิตกระดาษสีน้ำแทบจะทุกชนิดจะมีผิวอยู่ 3 แบบ คือ เรียบ กลางๆและหยาบและจะมีความ หนาต่างๆ กัน อีกทั้งมีหลากหลายยี่ห้อ อาทิ
D Arches ผลิตด้วยมือ ของฝรั่งเศส
Crisbrook ผลิตด้วยมือ ของอังกฤษ
Fabriano ผลิตด้วยเบ้า ของอิตาลี
Strathmore ผลิตด้วยเครื่องจักร ของอเมริกา
Capri ของอิตาลี
R.W.S. ผลิตด้วยมือของอังกฤษ (Roy Watercolor Society )
สีน้ำ
ระยะเวลาความคงทนของสีน้ำ และการผสมผสาน ในอดีต สีน้ำเป็นสีที่เปลี่ยนแปลงได้ง่าย เมื่อรับแสงมากๆ จวบจนกระทั่งถึงคริสต์ศตวรรษที่ 20 สีน้ำได้รับการพัฒนาให้มีความคงทนถาวรมากขึ้นเป็น ลำดับจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ สีน้ำได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้มีความคงทนและคงความสดใสได้ดีขึ้น
สีกว็อช
สีกว็อช (Gouache) เป็นสีน้ำทึบแสงสามารถนำมาระบายหรือผสมเพื่อแสดงเนื้อสี หรือระบายเพื่อแสดงความโดดเด่นจากพื้นหลัง นิยมนำมาใช้ในแวดวงเขียนแบบสถาปัตยกรรม
ลักษณะและคุณสมบัติของสีน้ำ
ลักษณะเฉพาะที่เด่นของสีน้ำ คือ “ ความโปร่งใส ” (TRANSPARENT) เวลาที่ระบายใช้พู่กันแตะสีละลายกับน้ำ พยายามระบายครั้งเดียว ไม่ควรระบายสีต่างๆ ซ้ำหรือทับกันหลายๆ หน เพราะจะทำให้สีหม่นขาดคุณสมบัติที่โปร่งใส - สะอาด สีน้ำมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ เนื้อสีที่บดแล้วอย่างละเอียด(Pigment) ผสมกับกาวอาระบิค ซึ่งสกัดมาจากต้นอะคาเซีย(ACACIA TREE)กาวชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษคือละลายน้ำง่ายและเกาะติดกระดาษ แน่น อีกทั้งยังมีลักษณะที่โปร่งใส ( ในกรณีที่ต้องการใช้กาวชนิดอื่นแทนก็ใช้น้ำผึ้ง หรือ กลีเซอรีน ซึ่ง ละลายน้ำได้ดี )
คุณสมบัติทั่วไปของสีน้ำ
ลักษณะโปร่งใส ( TRANSPARENT QUALITY )
เนื่องจากสีน้ำมีส่วนผสมของกาว และเนื้อสีที่บดละเอียดเพราะฉะนั้นเมื่อระบายบนกระดาษขาว(หรือสีอ่อนๆ) จึงมีเนื้อสีไม่หนาทึบจนเกินไป ทำให้เกิดลักษณะโปร่งใส การระบายสีน้ำควรระบายไปทีเดียว ไม่ควรที่จะระบายซ้ำกัน หรือซ้อนทับไปมาเหมือนสีน้ำมัน เพราะจะทำให้สีขุ่น บางทีอาจทำให้สีหลุด ออกมา ทำให้ด่างหรือช้ำๆ ภาษาง่ายๆ ก็คือเน่า
ลักษณะเปียกชุ่ม ( SOFT QUALITY )
ในการระบายสีน้ำ ตัวทำละลายก็คือน้ำ ซึ่งการควบคุมน้ำเพื่อนำมาผสมสี และระบายให้ซึมเข้าหากัน ระหว่างสีก็ใช้น้ำ ดังนั้นเมื่อระบายไปแล้วลักษณะของสีที่แห้งบนกระดาษ จะคงความเปียกชุ่มของสน้ำี ปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ ในบางกรณีถ้าใช้สีที่มีน้ำระบายชุ่มบ้างเปียกบ้างแห้งบ้าง แล้วปล่อยให้แห้งก็จะ เกิดคราบของสี ( SFUMATO ) ปรากฏให้เห็น ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษของสีน้ำ
การขึงกระดาษ
การขึงกระดาษสีน้ำ เป็นการรักษาสภาพความราบเรียบของพื้นภาพ เมื่อระบายสีน้ำให้เปียกชื้นมาก ควรขึงกระดาษทุกน้ำหนัก เมื่อขึงแล้วก็สามารถจะระบายให้เปียกชุ่มอย่างไรก็ได้ การขึงกระดาษจะต้องทำให้กระดาษเปียกชื้นเสียก่อน เพื่อขยายเส้นใยของกระดาษ หลังจากนั้นจึงติดกระดาษให้รอบด้าน มีหลักในการทำดังนี้
• จุ่มกระดาษให้เปียกทั่วถึงกระดาษ 90 ปอนด์แช่น้ำ 3 นาที 14 ปอนด์ 8 นาที และ 300 ปอนด์ 20 นาที (โดยประมาณ)
• ซับน้ำให้หมาดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้วยกระดาษบรู๊ฟ
• ถ้าใช้แผ่นรองเขียนเป็นไม้อัด ควรทาแลคเกอร์เคลือบเสียก่อน หรืออาจใช้กระดาษบรู๊ฟสะอาดรองพื้น
• ใช้กระดาษกาวชนิดทาน้ำ ( ไม่ใช่เทปย่น ) ผนึกติดทุกด้าน โดยเริ่มต้นทีละด้าน
• วางแผ่นรองบนพื้นราบและปล่อยไว้ให้แห้งด้วยลม ไม่ควรนำไปตากแดด
กระดาษสีน้ำชนิดผนึกเป็นปึก (เล่ม)
กระดาษสีน้ำชนิดผนึกเป็นปึก เป็นกระดาษสีน้ำที่ผนึกรวมอยู่ด้วยกันโดยการทากาวติดไว้ที่ด้านข้างเว้นไว้เพียงเล็กน้อยด้านใดด้านหนึ่ง สำหรับใช้เกรียงระบายสีสอดเข้าไปเพื่อแยกกระดาษออกจากปึกกระดาษลักษณะนี้เหมาะสำหรับการนำออกไปเขียนข้างนอก โดยไม่ต้องขึงกระดาษ ไม่ต้องหอบแผ่นรองที่มีน้ำหนักมากออกไป และไม่ต้องกังวลเมื่อข้างนอกมีลมพัดแรง
กระดาษ
ในบรรดาอุปกรณ์ทั้งหมดของการเขียนสีน้ำ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “ กระดาษ ” กระดาษสีน้ำที่ดีจะมีส่วนผสมของฝ้ายถึง 100% เส้นใยที่ฟอกขาวแล้วจะถูกทำให้เหลว แล้วจัดการทำให้เป็นแผ่นๆ ด้วยกรรมวิธีต่างๆ ของผู้ผลิตกระดาษสีน้ำแทบจะทุกชนิดจะมีผิวอยู่ 3 แบบ คือ เรียบ กลางๆและหยาบและจะมีความ หนาต่างๆ กัน อีกทั้งมีหลากหลายยี่ห้อ อาทิ
D Arches ผลิตด้วยมือ ของฝรั่งเศส
Crisbrook ผลิตด้วยมือ ของอังกฤษ
Fabriano ผลิตด้วยเบ้า ของอิตาลี
Strathmore ผลิตด้วยเครื่องจักร ของอเมริกา
Capri ของอิตาลี
R.W.S. ผลิตด้วยมือของอังกฤษ (Roy Watercolor Society )
สีน้ำ
ระยะเวลาความคงทนของสีน้ำ และการผสมผสาน ในอดีต สีน้ำเป็นสีที่เปลี่ยนแปลงได้ง่าย เมื่อรับแสงมากๆ จวบจนกระทั่งถึงคริสต์ศตวรรษที่ 20 สีน้ำได้รับการพัฒนาให้มีความคงทนถาวรมากขึ้นเป็น ลำดับจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ สีน้ำได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้มีความคงทนและคงความสดใสได้ดีขึ้น
สีกว็อช
สีกว็อช (Gouache) เป็นสีน้ำทึบแสงสามารถนำมาระบายหรือผสมเพื่อแสดงเนื้อสี หรือระบายเพื่อแสดงความโดดเด่นจากพื้นหลัง นิยมนำมาใช้ในแวดวงเขียนแบบสถาปัตยกรรม
ลักษณะและคุณสมบัติของสีน้ำ
ลักษณะเฉพาะที่เด่นของสีน้ำ คือ “ ความโปร่งใส ” (TRANSPARENT) เวลาที่ระบายใช้พู่กันแตะสีละลายกับน้ำ พยายามระบายครั้งเดียว ไม่ควรระบายสีต่างๆ ซ้ำหรือทับกันหลายๆ หน เพราะจะทำให้สีหม่นขาดคุณสมบัติที่โปร่งใส - สะอาด สีน้ำมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ เนื้อสีที่บดแล้วอย่างละเอียด(Pigment) ผสมกับกาวอาระบิค ซึ่งสกัดมาจากต้นอะคาเซีย(ACACIA TREE)กาวชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษคือละลายน้ำง่ายและเกาะติดกระดาษ แน่น อีกทั้งยังมีลักษณะที่โปร่งใส ( ในกรณีที่ต้องการใช้กาวชนิดอื่นแทนก็ใช้น้ำผึ้ง หรือ กลีเซอรีน ซึ่ง ละลายน้ำได้ดี )
คุณสมบัติทั่วไปของสีน้ำ
ลักษณะโปร่งใส ( TRANSPARENT QUALITY )
เนื่องจากสีน้ำมีส่วนผสมของกาว และเนื้อสีที่บดละเอียดเพราะฉะนั้นเมื่อระบายบนกระดาษขาว(หรือสีอ่อนๆ) จึงมีเนื้อสีไม่หนาทึบจนเกินไป ทำให้เกิดลักษณะโปร่งใส การระบายสีน้ำควรระบายไปทีเดียว ไม่ควรที่จะระบายซ้ำกัน หรือซ้อนทับไปมาเหมือนสีน้ำมัน เพราะจะทำให้สีขุ่น บางทีอาจทำให้สีหลุด ออกมา ทำให้ด่างหรือช้ำๆ ภาษาง่ายๆ ก็คือเน่า
ลักษณะเปียกชุ่ม ( SOFT QUALITY )
ในการระบายสีน้ำ ตัวทำละลายก็คือน้ำ ซึ่งการควบคุมน้ำเพื่อนำมาผสมสี และระบายให้ซึมเข้าหากัน ระหว่างสีก็ใช้น้ำ ดังนั้นเมื่อระบายไปแล้วลักษณะของสีที่แห้งบนกระดาษ จะคงความเปียกชุ่มของสน้ำี ปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ ในบางกรณีถ้าใช้สีที่มีน้ำระบายชุ่มบ้างเปียกบ้างแห้งบ้าง แล้วปล่อยให้แห้งก็จะ เกิดคราบของสี ( SFUMATO ) ปรากฏให้เห็น ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษของสีน้ำ
การขึงกระดาษ
การขึงกระดาษสีน้ำ เป็นการรักษาสภาพความราบเรียบของพื้นภาพ เมื่อระบายสีน้ำให้เปียกชื้นมาก ควรขึงกระดาษทุกน้ำหนัก เมื่อขึงแล้วก็สามารถจะระบายให้เปียกชุ่มอย่างไรก็ได้ การขึงกระดาษจะต้องทำให้กระดาษเปียกชื้นเสียก่อน เพื่อขยายเส้นใยของกระดาษ หลังจากนั้นจึงติดกระดาษให้รอบด้าน มีหลักในการทำดังนี้
• จุ่มกระดาษให้เปียกทั่วถึงกระดาษ 90 ปอนด์แช่น้ำ 3 นาที 14 ปอนด์ 8 นาที และ 300 ปอนด์ 20 นาที (โดยประมาณ)
• ซับน้ำให้หมาดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้วยกระดาษบรู๊ฟ
• ถ้าใช้แผ่นรองเขียนเป็นไม้อัด ควรทาแลคเกอร์เคลือบเสียก่อน หรืออาจใช้กระดาษบรู๊ฟสะอาดรองพื้น
• ใช้กระดาษกาวชนิดทาน้ำ ( ไม่ใช่เทปย่น ) ผนึกติดทุกด้าน โดยเริ่มต้นทีละด้าน
• วางแผ่นรองบนพื้นราบและปล่อยไว้ให้แห้งด้วยลม ไม่ควรนำไปตากแดด
กระดาษสีน้ำชนิดผนึกเป็นปึก (เล่ม)
กระดาษสีน้ำชนิดผนึกเป็นปึก เป็นกระดาษสีน้ำที่ผนึกรวมอยู่ด้วยกันโดยการทากาวติดไว้ที่ด้านข้างเว้นไว้เพียงเล็กน้อยด้านใดด้านหนึ่ง สำหรับใช้เกรียงระบายสีสอดเข้าไปเพื่อแยกกระดาษออกจากปึกกระดาษลักษณะนี้เหมาะสำหรับการนำออกไปเขียนข้างนอก โดยไม่ต้องขึงกระดาษ ไม่ต้องหอบแผ่นรองที่มีน้ำหนักมากออกไป และไม่ต้องกังวลเมื่อข้างนอกมีลมพัดแรง
01 สิงหาคม 2552
ความรู้ทางศิลปะ
จิตรกรรม
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา
ภาพ โมนาลิซา เป็นหนึ่งในภาพจิตรกรรมที่เป็นที่จดจำได้มากที่สุดในโลกตะวันตก
จิตรกรรม เป็นงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการวาด ระบายสี และการจัดองค์ประกอบความงามอื่น เพื่อให้เกิดภาพ 2 มิติ ไม่มีความลึกหรือนูนหนา จิตรกรรมเป็นแขนงหนึ่งของทัศนศิลป์ ผู้ทำงานจิตรกรรม มักเรียกว่า จิตรกร
จอห์น แคนาเดย์ (John Canaday) ได้ให้ความหมายของจิตรกรรมไว้ว่า จิตรกรรม คือ การระบายชั้นของสีลงบนพื้นระนาบรองรับ เป็นการจัดรวมกันของรูปทรง และ สีที่เกิดขึ้นจากการเตรียมการของศิลปินแต่ละคนในการเขียนภาพนั้น พจนานุกรมศัพท์ อธิบายว่า เป็นการสร้างงานทัศนศิลป์บนพื้นระนาบรองรับ ด้วยการ ลาก ป้าย ขีด ขูด วัสดุ จิตรกรรมลงบนพื้นระนาบรองรับ
ภาพจิตรกรรมที่เก่าแก่ที่สุดที่เป็นที่รู้จักอยู่ที่ถ้ำ Chauvet ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนอ้างว่ามีอายุราว 32,000 ปีเป็นภาพที่สลักและระบายสีด้วยโคลนแดงและสีย้อมดำ แสดงรูปม้า แรด สิงโต ควาย แมมมอธ หรือมนุษย์ ซึ่งมักจะกำลังล่าสัตว์
[แก้] การจำแนก
จำแนกได้ตามลักษณะผลงานที่สิ้นสุด และ วัสดุอุปกรณ์การสร้างสรรค์เป็น 2 ประเภท คือ ภาพวาด และ ภาพเขียน
จิตรกรรมภาพวาด (Drawing) จิตรกรรมภาพวาด เรียกเป็นศัพท์ทัศนศิลป์ภาษาไทยได้หลายคำ คือ ภาพวาดเขียน ภาพวาดเส้น หรือบางท่านอาจเรียกด้วยคำทับศัพท์ว่า ดรอวิ้ง ก็มี ปัจจุบันได้มีการนำอุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ใช้ในการเขียนภาพและวาดภาพ ที่ก้าวหน้าและทันสมัยมากมาใช้ ผู้เขียนภาพจึงจึงอาจจะใช้อุปกรณ์ต่างๆมาใช้ในการเขียนภาพ ภาพวาดในสื่อสิ่งพิมพ์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ภาพวาดลายเส้น และ การ์ตูน
จิตรกรรมภาพเขียน (Painting) ภาพเขียนเป็นการสร้างงาน 2 มิติบนพื้นระนาบด้วยสีหลายสีซึ่งมักจะต้องมีสื่อตัวกลางระหว่างวัสดุกับอุปกรณ์ที่ใช้เขียนอีก ซึ่งกลวิธีเขียนที่สำคัญ คือ
การเขียนภาพสีน้ำ (Colour Painting)
การเขียนภาพสีน้ำมัน (Oil Painting)
การเขียนภาพสีอะคริลิค (Acrylic Painting)
การเขียนจิตรกรรมฝาผนัง (Fresco Painting)
จิตรกรรมแผง(Panel Painting)
จำแนกตามยุคสมัยและแหล่งสร้างสรรค์ เช่น
จิตรกรรมไทย
จิตรกรรมยุคกอธิค
จิตรกรรมยุคบาโรก
จิตรกรรมยุคอิมเพรสชันนิสม์
จิตรกรรมยุคอิมเพรสชันนิสม์สมัยหลัง
จิตรกรรมยุคเนเธอร์แลนด์ตอนต้น
จิตรกรรมยุคเรอเนซองส์
จิตรกรรมยุคแมนเนอริสม์
จิตรกรรมสมัยใหม่
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา
ภาพ โมนาลิซา เป็นหนึ่งในภาพจิตรกรรมที่เป็นที่จดจำได้มากที่สุดในโลกตะวันตก
จิตรกรรม เป็นงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการวาด ระบายสี และการจัดองค์ประกอบความงามอื่น เพื่อให้เกิดภาพ 2 มิติ ไม่มีความลึกหรือนูนหนา จิตรกรรมเป็นแขนงหนึ่งของทัศนศิลป์ ผู้ทำงานจิตรกรรม มักเรียกว่า จิตรกร
จอห์น แคนาเดย์ (John Canaday) ได้ให้ความหมายของจิตรกรรมไว้ว่า จิตรกรรม คือ การระบายชั้นของสีลงบนพื้นระนาบรองรับ เป็นการจัดรวมกันของรูปทรง และ สีที่เกิดขึ้นจากการเตรียมการของศิลปินแต่ละคนในการเขียนภาพนั้น พจนานุกรมศัพท์ อธิบายว่า เป็นการสร้างงานทัศนศิลป์บนพื้นระนาบรองรับ ด้วยการ ลาก ป้าย ขีด ขูด วัสดุ จิตรกรรมลงบนพื้นระนาบรองรับ
ภาพจิตรกรรมที่เก่าแก่ที่สุดที่เป็นที่รู้จักอยู่ที่ถ้ำ Chauvet ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนอ้างว่ามีอายุราว 32,000 ปีเป็นภาพที่สลักและระบายสีด้วยโคลนแดงและสีย้อมดำ แสดงรูปม้า แรด สิงโต ควาย แมมมอธ หรือมนุษย์ ซึ่งมักจะกำลังล่าสัตว์
[แก้] การจำแนก
จำแนกได้ตามลักษณะผลงานที่สิ้นสุด และ วัสดุอุปกรณ์การสร้างสรรค์เป็น 2 ประเภท คือ ภาพวาด และ ภาพเขียน
จิตรกรรมภาพวาด (Drawing) จิตรกรรมภาพวาด เรียกเป็นศัพท์ทัศนศิลป์ภาษาไทยได้หลายคำ คือ ภาพวาดเขียน ภาพวาดเส้น หรือบางท่านอาจเรียกด้วยคำทับศัพท์ว่า ดรอวิ้ง ก็มี ปัจจุบันได้มีการนำอุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ใช้ในการเขียนภาพและวาดภาพ ที่ก้าวหน้าและทันสมัยมากมาใช้ ผู้เขียนภาพจึงจึงอาจจะใช้อุปกรณ์ต่างๆมาใช้ในการเขียนภาพ ภาพวาดในสื่อสิ่งพิมพ์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ภาพวาดลายเส้น และ การ์ตูน
จิตรกรรมภาพเขียน (Painting) ภาพเขียนเป็นการสร้างงาน 2 มิติบนพื้นระนาบด้วยสีหลายสีซึ่งมักจะต้องมีสื่อตัวกลางระหว่างวัสดุกับอุปกรณ์ที่ใช้เขียนอีก ซึ่งกลวิธีเขียนที่สำคัญ คือ
การเขียนภาพสีน้ำ (Colour Painting)
การเขียนภาพสีน้ำมัน (Oil Painting)
การเขียนภาพสีอะคริลิค (Acrylic Painting)
การเขียนจิตรกรรมฝาผนัง (Fresco Painting)
จิตรกรรมแผง(Panel Painting)
จำแนกตามยุคสมัยและแหล่งสร้างสรรค์ เช่น
จิตรกรรมไทย
จิตรกรรมยุคกอธิค
จิตรกรรมยุคบาโรก
จิตรกรรมยุคอิมเพรสชันนิสม์
จิตรกรรมยุคอิมเพรสชันนิสม์สมัยหลัง
จิตรกรรมยุคเนเธอร์แลนด์ตอนต้น
จิตรกรรมยุคเรอเนซองส์
จิตรกรรมยุคแมนเนอริสม์
จิตรกรรมสมัยใหม่
ข่าวสารทางศิลปะ
โรงพยาบาลมนารมย์ขอเชิญชวนน้องๆ เยาวชน ในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ส่งผลงานศิลปะร่วมโครงการ “ประกวดวาดภาพในหัวข้อ “ความสุขของฉัน” เพื่อแสดงออกถึงความสุขที่เกิดขึ้นผ่านงานศิลปะ อีกทั้งยังส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีพลังใจดีและคิดบวก ชิงทุนการศึกษากว่า 50,000 บาท โดยให้นักเรียนวาดภาพพร้อมคำบรรยายหัวข้อ “ความสุขของฉัน” ลงบนกระดาษ ขนาด A4 แนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้ พร้อมแนบคำบรรยายที่สอดคล้องกับภาพ ความยาวไม่เกิน 10 บรรทัด
สนใจร่วมโครงการส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2552 และจะประกาศผลการตัดสินในเดือนตุลาคมบนเว็ปไซต์ของโรงพยาบาล นักเรียนสามารถส่งผลงานมาได้ที่ โรงพยาบาลมนารมย์ สุขุมวิท 70/3 ถนนสุขุมวิท บางนา กรุงเทพ 10260 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-725-9595, 02-399-2822 www.manarom.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 028641143 มายแบรนด์ เอเจนซี่
Back to August 7, 2009 Headlines
สนใจร่วมโครงการส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2552 และจะประกาศผลการตัดสินในเดือนตุลาคมบนเว็ปไซต์ของโรงพยาบาล นักเรียนสามารถส่งผลงานมาได้ที่ โรงพยาบาลมนารมย์ สุขุมวิท 70/3 ถนนสุขุมวิท บางนา กรุงเทพ 10260 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-725-9595, 02-399-2822 www.manarom.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 028641143 มายแบรนด์ เอเจนซี่
Back to August 7, 2009 Headlines
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)